ค่าฝุ่นกับจุดไฟ ยก 2 ฤดูฝุ่น ของชาวเหนือ

ค่าฝุ่นกับจุดไฟ ยก 2 ฤดูฝุ่น ของชาวเหนือ

ในโลกที่เราอาศัยอยู่นี้ ฤดูกาลที่เรียกว่า “ฤดูฝุ่น” ได้กลายเป็นหนึ่งในพยานหลักของการเปลี่ยนแปลงที่มนุษย์ได้ก่อให้เกิดกับธรรมชาติ อย่างไรก็ตาม, การปรากฏตัวของมันไม่ได้เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติจากกระบวนการธรรมชาติ แต่เป็นผลมาจากการกระทำของมนุษย์ที่สามารถหลีกเลี่ยงได้

การวิจัยและข้อมูลจากดาวเทียมได้เปิดเผยว่า แม้จะมีการรณรงค์ห้ามเผาในประเทศไทย และดูเหมือนว่าการเผาในพื้นที่ได้ลดลงตามการประกาศของภาครัฐ แต่ภาพจากดาวเทียมกลับเผยให้เห็นว่า จุดฮอตสปอตของการเผายังคงมีจำนวนมากในพื้นที่ของประเทศเพื่อนบ้าน เช่น พม่าและลาว

ผ่านการสัมภาษณ์กับผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่งแวดล้อมและการวิเคราะห์ข้อมูลจากภาพถ่ายดาวเทียม งานนี้พยายามที่จะเจาะลึกเข้าไปในสาเหตุและผลกระทบของฤดูฝุ่นที่เกิดขึ้นไม่เพียงแต่ในประเทศไทย แต่ยังรวมถึงประเทศในภูมิภาค มันไม่เพียงแต่เป็นการสำรวจเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงทางสิ่งแวดล้อมที่มนุษย์ก่อให้เกิด แต่ยังเป็นการค้นหาวิธีการแก้ไขและป้องกันผลกระทบเหล่านี้ในอนาคต

การทำงานนี้มุ่งเน้นไปที่การเสนอแนวทางแก้ไขที่ยั่งยืน ผ่านการสัมภาษณ์กับชุมชนที่ได้รับผลกระทบ การวิเคราะห์ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ และการสร้างความตระหนักรู้ในหมู่ประชาชน ด้วยความหวังว่า เราจะสามารถหาทางออกจากวิกฤติการณ์นี้ได้ โดยไม่เพียงแต่ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม แต่ยังรวมถึงการปรับปรุงคุณภาพชีวิตของทุกคนที่อาศัยอยู่ในภูมิภาคนี้

ค่าฝุ่นกับจุดไฟ

การวิเคราะห์กราฟที่แสดงความสัมพันธ์ระหว่างจำนวนค่า Hotspot และค่าฝุ่น PM2.5 ให้ข้อมูลที่สำคัญเกี่ยวกับการสอดคล้องกันระหว่างกิจกรรมการเผาในประเทศเพื่อนบ้านกับปริมาณฝุ่นที่เพิ่มขึ้นในอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย กราฟนี้บ่งชี้ได้ชัดเจนถึงความเชื่อมโยงโดยตรงระหว่างจำนวนจุด Hotspot กับระดับค่า PM2.5 ที่พุ่งสูงขึ้นในพื้นที่นั้น ๆ

ความสัมพันธ์นี้สนับสนุนข้อสังเกตว่าการเผาป่าและพื้นที่เกษตรในประเทศเช่น ลาว, เมียนมา, และแม้แต่ในพื้นที่ของประเทศไทยเอง มีผลกระทบอย่างมากต่อคุณภาพอากาศในอำเภอแม่สาย ซึ่งอยู่ใกล้กับพรมแดนทั้งสองประเทศ เมื่อมีการเผาในสภาพอากาศที่มีลมพัดผ่าน ฝุ่น PM2.5 จากกิจกรรมเหล่านี้จะถูกพัดผ่านพรมแดนเข้าสู่อากาศของประเทศไทย โดยเฉพาะในพื้นที่อำเภอแม่สาย ทำให้ระดับค่า PM2.5 ในพื้นที่นั้นเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

ชาวบ้านคิดว่าฝุ่นมาจากไหน

“เราเป็นเกษตรกรที่ปฏิบัติตามวิถีชีวิตแบบดั้งเดิม เผาตามกิจวัตรของเรา” ชาวบ้านผู้นี้เริ่มต้นด้วยความเรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยความหมาย การเผาป่าและไฟป่าเป็นภาพจำเพาะของปัญหา

“หนูเคยคิดว่าส่วนใหญ่มาจากประเทศเพื่อนบ้าน” การให้ความเห็นนี้ไม่เพียงแต่บ่งบอกถึงความเชื่อมั่นที่มีต่อการปฏิบัติการเกษตรขนาดใหญ่ใกล้พรมแดน แต่ยังชี้แจงว่าการเผาในไร่เกษตรเป็นประเพณีที่ปฏิบัติกันมายาวนาน “การถางไร่หางหญ้า หางต้นไม้” และตามมาด้วยหมอกควันที่ครอบคลุมบริเวณ

เติบโตบนความสูญเสีย

การเพิ่มพูนความเข้าใจเกี่ยวกับผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมจากการขยายพื้นที่เพาะปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์และเกษตรพันธสัญญาในภาคเหนือของไทย กับรัตนศิริ กิตติก้องนภางค์ ผู้เขียนและนักวิจัย

“การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในลุ่มน้ำโขงสะท้อนให้เห็นว่าความท้าทายทางสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องที่เราไม่สามารถละเลยได้,” รัตนศิริ กล่าวเริ่ม, น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความจริงจังและห่วงใย “จากการวิเคราะห์ภาพถ่ายดาวเทียมย้อนหลัง 20 ปี, ผมพบว่าความร้อนในบริเวณนั้นเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 30 ในช่วงปี 2558 ถึง 2563 กลายเป็นร้อยละ 40 ในช่วงปีถัดมา.”

เขาตั้งข้อสังเกตว่าการเพิ่มขึ้นของความร้อนเกี่ยวข้องโดยตรงกับการขยายตัวของพื้นที่เกษตรพันธสัญญาและข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ “การเพิ่มพื้นที่เหล่านี้มีผลต่อการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพและเพิ่มการปล่อยก๊าซเรือนกระจก, ซึ่งเป็นตัวขับเคลื่อนหลักของการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ.”

นายกเทศมนตรีของแม่สาย ผู้นำในชุมชนที่ตั้งอยู่ในหัวใจของภูมิภาคที่ท้าทายด้วยปัญหาฝุ่นควัน ให้มุมมองที่สำคัญเกี่ยวกับความเข้าใจที่ซับซ้อนของสถานการณ์นี้เขาอธิบายว่าการเผาป่าภายในประเทศถูกมองว่าเป็นตัวการหลักของปัญหานี้ แต่เบื้องหลังเรื่องราวนั้นมีความซับซ้อนมากกว่าที่เราเห็น

“มันเป็นเรื่องง่ายที่จะชี้นิ้วไปที่การเผาป่าภายในประเทศของเราเป็นต้นเหตุของปัญหา,” นายกเทศมนตรีกล่าว, “แต่ถ้าเรามองไปที่ภาพใหญ่ของสถานการณ์ เราจะเห็นว่าเรื่องราวไม่ได้ชัดเจนอย่างที่คิด” เขาอ้างถึงข้อมูลที่น่าตกใจเกี่ยวกับการขยายตัวของพื้นที่ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากไม่กี่แสนไร่เป็น 10 ล้านไร่ในเวลาเพียง 5-6 ปีในภูมิภาคที่รวมถึงประเทศไทย, ลาว, และเมียนมา

การขยายตัวอย่างรวดเร็วของพื้นที่เหล่านี้ทำให้เกิดคำถามเกี่ยวกับสาเหตุแท้จริงของปัญหาฝุ่นควันที่ภูมิภาคนี้เผชิญ “เราต้องมองหาสาเหตุที่แท้จริงและแก้ไขที่ต้นตอ ไม่ใช่แค่ผลลัพธ์ที่เราเห็น” นายกเทศมนตรีเน้นย้ำ

รัตนศิริ กิตติก้องนภางค์ เสริมข้อมูลด้วยการเชื่อมโยงโดยตรงระหว่างการขยายพื้นที่เพาะปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์กับปัญหามลพิษทางอากาศที่รุนแรง โดยเฉพาะการเพิ่มขึ้นของค่า PM2.5 ที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ “ฮอตสปอตเหล่านี้ คือจุดเริ่มต้นของปัญหา PM2.5 จำนวนมหาศาลในบริเวณชายแดนต่างๆ เช่นจังหวัดน่านและเชียงราย ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีการกระจายตัวของข้าวโพดเลี้ยงสัตว์อย่างหนาแน่น” รัตนศิริอธิบาย

เขาได้ตั้งข้อสังเกตถึงแนวโน้มการเพิ่มพื้นที่ปลูกข้าวโพดที่ได้รับการสนับสนุนจากนโยบายทางเศรษฐกิจและภาษีอากร “ตั้งแต่ปี 2543, มีนโยบายยกเว้นภาษีอากรนำเข้าสำหรับข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ซึ่งหมายความว่าเมื่อนำข้าวโพดกลับเข้ามาในประเทศไทย ไม่จำเป็นต้องจ่ายภาษี นี่คือการกระตุ้นให้มีการขยายพื้นที่เพาะปลูกข้าวโพดในพื้นที่ใหม่ๆ โดยไม่ต้องแบกรับภาระภาษีนำเข้าเพิ่มเติม”

ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ กับ การส่งออก

ภาพ : ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ที่นำเข้ามา ถ่ายเมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2567

ชัยยนต์ ศรีสมุทร นายกเทศมนตรีตำบลแม่สาย ให้ข้อมูลเพิ่มเติมที่เผยให้เห็นถึงสภาพปัญหาที่แท้จริงและผลกระทบทางตรงที่ชุมชนของเขาต้องเผชิญ “ใช่, มันก็จะมากองอยู่ที่ลาน, อยู่ที่หน้าบ้านผมเลย” เขาเล่าด้วยน้ำเสียงที่สะท้อนถึงความกังวล “แล้วก็, ก็จะขึ้นรถ 18 ล้อทั้งกลางวันกลางคืนเลย. รถพ่วง 2 ตอนแล้วก็เข้าไปในชั้นใน. มันเยอะพี่, เยอะ เยอะกองภูเขา, เข้าทุกวัน, กี่เดือน ตั้งแต่กุมภาพันธ์จนถึงสิงหา.”

รัตนศิริ กิตติก้องนภางค์ ปิดท้ายการสนทนาด้วยการชี้แจงเป้าหมายและแรงผลักดันหลัก การนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในประเทศไทย “ข้าวโพดที่เราพูดถึงนี้ เป็นข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่ถูกผลิตขึ้นมาเพื่อให้อาหารปศุสัตว์ ที่สุดท้ายแล้วจะกลายเป็นเนื้อสัตว์สำหรับการบริโภคและการส่งออกจากประเทศไทย” รัตนศิริ อธิบาย “ในยุคปัจจุบัน การผลิตนี้เน้นไปที่การส่งออกเป็นหลักโดยประเทศไทยเป็นผู้ผลิตเนื้อไก่ส่งออกอันดับ 1 ของเอเชียและอันดับ 3 ของโลก”

การที่ประเทศไทยมุ่งเน้นการผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เพื่อการส่งออกไม่เพียงช่วยเสริมฐานะเศรษฐกิจของประเทศในตลาดโลกเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงความต้องการเพิ่มพื้นที่การผลิตที่สอดคล้องกับความต้องการสินค้าในตลาดส่งออก “นี่เป็นเหตุผลที่ว่าทำไมเราถึงเห็นการขยายตัวของพื้นที่เพาะปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์อย่างรวดเร็วในประเทศไทย” รัตนศิริกล่าวเสริม “และมันยังเป็นการกระตุ้นให้เกิดการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เพื่อตอบสนองต่อความต้องการดังกล่าว”

ภาษีที่ไม่ต้องจ่าย กับ ราคาของอากาศสะอาด

การค้นพบสถิติการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่ด่านศุลกากรแม่สายเป็นข้อมูลที่สะท้อนถึงภาพรวมของการค้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในประเทศไทย โดยเฉพาะในเดือนกุมภาพันธ์ที่มีปริมาณการนำเข้าสูงถึง 24 ล้านตัน การนำเข้าที่มากมายนี้ได้รับการยกเว้นภาษีอากรตามนโยบายของรัฐ ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมการเลี้ยงสัตว์และการผลิตเนื้อสัตว์สำหรับการบริโภคภายในประเทศและการส่งออก

อย่างไรก็ตาม, สถานการณ์นี้ได้สร้างผลกระทบที่ไม่ต้องการต่อประชาชนในภาคเหนือของประเทศไทย โดยเฉพาะในเรื่องของคุณภาพอากาศ การเพิ่มขึ้นของการเผาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์และการทำลายพื้นที่ป่าเพื่อเปิดที่ดินเพาะปลูกข้าวโพดนั้นส่งผลให้ค่า PM2.5 ในบริเวณนั้นเพิ่มสูงขึ้น ประชาชนจึงต้องจ่าย “ค่าอากาศสะอาด” ในรูปแบบของการซื้อหน้ากากและเครื่องฟอกอากาศเพื่อป้องกันสุขภาพจากมลพิษทางอากาศ

author

ปฏิทินกิจกรรม EVENT CALENDAR

เข้าสู่ระบบ