นักวิชาการย้ำ หัวใจสำคัญของการมี พ.ร.บ. อากาศสะอาด ระบุประเด็นให้ชัด พุ่งเป้าไปสู่กฎหมาย อย่าเล่นเกมการเมือง

นักวิชาการย้ำ หัวใจสำคัญของการมี พ.ร.บ. อากาศสะอาด ระบุประเด็นให้ชัด พุ่งเป้าไปสู่กฎหมาย อย่าเล่นเกมการเมือง

29 มกราคม 2567 ประชุมออนไลน์ ระดมข้อเสนอข้อเสนอภาคประชาสังคม ถึงคณะกรรมาธิการพิจารณาร่าง พรบ.อากาศสะอาด 7 ร่างที่สภาฯ พึ่งรับหลักการ และอยู่ระหว่างกระบวนการสู่การแปรญัตติ” ผ่านทาง FB Live : สภาลมหายใจ – สถานีฝุ่น – ไทยพีบีเอส – เครือข่ายประชาสังคม

อาจารย์ไพสิฐ พาณิชย์กุล ผอ.ศูนย์วิชาการเพื่อขับเคลื่อนการป้องกัน และแก้ไขมลพิษอากาศ (ศวอ.)อาจารย์ไพสิฐ พาณิชย์กุล คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และผู้อำนวยการ ศูนย์วิชาการเพื่อขับเคลื่อนการป้องกันและแก้ไขปัญหามลพิษอากาศ (ศวอ). กล่าวว่า

นี่เป็นโอกาสสำคัญที่จะได้พูดคุย ถึงประเด็นที่ยังขาด-ตก ในการจัดทำร่างกฎหมาย ประเด็นวันนี้อาจมีส่วนเติมเต็มเข้าไป เสนอใน 3-4 ประเด็น ที่เป็นประเด็นที่อยากจะฝากไว้

อยากจะชวนคิดขั้นแรกในการผลักดันกระบวนการผลักดันร่างกฎหมายฉบับนี้ ซึ่งเป็นกระบวนการในรัฐสภาซึ่งแต่ละพรรคมีจุดยืนของการผลักดันร่างกฎหมาย “จะทำอย่างไรให้แต่ละพรรคร่วมกันประสานพุ่งเป้าไปสู่กฎหมาย เพื่อนำไปสู่การแก้ปัญหา” ใช้จังหวะเวลานี้ในการช่วงชิงเกมส์ทางการเมือง เนื่องจากว่ามีข้อจำกัด ของกลไกในทางรัฐธรรมนูญฉบับนี้ คือ สมาชิกวุฒิสภาหมดวาระ

เพราะฉะนั้นหากกระบวนการในการพัฒนาผู้แทนราษฎรอยู่ในวาระแรกผ่านไปได้ดี และรวดเร็วก็จะสามารถทันของช่วงวุฒิสมาชิกของช่วงนี้ได้ก็จะทำให้กฎหมายไม่ต้องรอ

 ความคิดเห็นเพื่อเพิ่มเติม พ.ร.บ. บริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด พ.ศ. ….1 ความเห็นเกี่ยวข้องกับกระบวนการ

ไม่ควรที่จะใช้เวทีกรรมาธิการ หรือ รัฐสภาเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ทางการเมือง หรือเป็น เกมส์ทางการเมืองจนมากเกิดไป

ร่างกฎหมาย 7 ร่าง แบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม คือ

กลุ่ม 1 เป็นกลุ่มที่วางระบบในเรื่องของการบริหารการจัดการ ซึ่งมี 3-4 ฉบับ ในนี้มีดีเทลหลักคล้าย ๆ กัน แตกต่างในรายละเอียดอยู่บ้าง

กลุ่มที่ 2 ว่าด้วยเรื่องการสถาปนากฎหมายหลัก กฎหมายรอง สิทธิในอากาศสะอาด เป็นกฎหมายที่ว่าด้วยเรื่องสิทธิชประชาชน สิทธิมนุษย์ชน เป็นอีกลักษณะหนึ่งซึ่งจุดเด่นกฎหมายว่าด้วยนี้ อยู่ในร่างของกลุ่มเครือข่ายอากาศ ที่เข้าชื่อในการแก้ปัญหาครั้งนี้เป็นร่างกลุ่ม CAN

กลุ่มที่ 3 ให้ความสำคัญกับแหล่งควบคุมมลพิษโดยตรง ซึ่งเป็นจุดเด่นของร่างกฎหมายฉบับนี้

กลุ่มที่ 4 กฎหมายที่เน้นไปที่เรื่องของการแก้ไขปัญหาฝุ่นควันข้ามแดน

ชวนมองภาพรวมแต่ละร่างหัวใจสำคัญของกฎหมายฉบับนี้

ความเห็นเพื่อการพัฒนาให้ร่างพระราชบัญญัติบริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด พ.ศ. …. มีความ สมบูรณ์เพื่อใช้ในการป้องกันและแก้ไขสถานการณ์มลพิษทางอากาศของประเทศไทย มีดังต่อไปนี้ 

บททั่วไป นโยบายพื้นฐานแห่งรัฐว่าด้วยการบริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด ควรเพิ่มเติม หลักการ / กระบวนการดังต่อไปนี้ 

 1.สิทธิของประชาชนกลุ่มเปราะบางที่ควรจะต้องได้รับการปกป้อง คุ้มครอง ป้องกัน  รวมถึง สิทธิในการรักษาพยาบาลจากโรคอันจะเกิดจากมลพิษทางอากาศ และในประการสำคัญ รวมถึงสิทธิในการที่จะอยู่ในสถาพแวดล้อมที่มีอากาศและสภาพแวดล้อมที่ดีและปลอดภัย 

 2.ควรกำหนดให้เป็นหน้าที่ของรัฐในการจัดทำระบบฐานข้อมูลมลพิษทางอากาศที่ทันสมัย และมีหน้าที่ต้องเผยแพร่ เปิดเผย ข้อมูลแหล่งมลพิษ และคุณภาพอากาศอย่างต่อเนื่อง และเป็นการ ล่วงหน้า

 3.มีนโยบายที่ชัดเจนที่จะต้องส่งเสริมการศึกษาวิจัยและการพัฒนาองค์ความรู้ในการ บริหารจัดการเพื่อให้มีอากาศที่มีคุณภาพที่ดี

 4. กำหนดมาตรการในการสนับสนุนการฟ้องร้องดำเนินคดีให้กับประชาชนเพื่อป้องกัน  แก้ไข เยียวยาผลกระทบที่เกิดจากมลพิษทางอากาศ 

 5. ส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดการมีส่วนร่วมอย่างแท้จริงจากทุกภาคส่วนเพื่อให้เกิดความ ร่วมมือในการบริหารจัดการมลพิษทางอากาศ

6. การคุ้มครองชดเชยเยียวยารวมถึงการจัดสวัสดิการให้กับบุคคลที่ได้รับบาดเจ็บ หรือ เสียชีวิต หรือได้รับความเสียหายจากการเข้าร่วมในการดำเนินการแก้ไขมลพิษทางอากาศ

 7. การติดตามตรวจสอบ การประเมินผล และการแก้ไขปรับปรุงกฎหมายในระดับ พระราชบัญญัติ กฎหมายลำดับรองต่างๆ รวมถึงระเบียบแนวปฏิบัติติที่เป็นอุปสรรคต่อการบริหาร จัดการให้เกิดอากาศสะอาด

หมวด 2 คณะกรรมการเพื่อการจัดการอากาศสะอาด

1. ควรจัดสัดส่วนกรรมการชุดต่างๆให้เกิดความเหมาะสม สามารถที่จะปฎิบัติหน้าที่รูป กรรมการได้อย่างคล่องตัว

2. กรรมการวิชาการเฉพาะด้านที่มีความเป็นอิสระทางวิชาการเพื่อทำให้เกิดระบบการ บริหารจัดการคุณภาพอากาศที่สะอาด 

หมวด 3 ระบบการบริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาดของประเทศ

 1.ควรกำหนดให้มีระบบการบริหารจัดการที่ตั้งอยู่บนฐานของมลพิษทางอากาศโดยการ จัดระบบการบริหารจัดการแบ่งตามพื้นที่ / แบ่งตามประเภทหรือแหล่งกำเนิดมลพิษ /แบ่งตามระดับ ความรุนแรงและความร้ายแรงแทนการใช้ระบบเขตปกครองแต่เพียงอย่างเดียว

 2. ต้องให้ความสำคัญกับการจัดทำระบบฐานข้อมูลมลพิษทางอากาศของประเทศ โดย กำหนดให้เป็นหน้าที่ของหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้อง และกำหนดให้กระทรวงดิจิทัลฯและกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นหน่วยงานหลักที่มีหน้าที่รับผิดชอบร่วมกันโดยรัฐบาล สนับสนุนงบประมาณอย่างเพียงพอในการพัฒนาระบบฐานข้อมูล การส่งเสริมการนำข้อมูลไปใช้ใน การลดมลพิษทางอากาศ

หมวด 4 การลดและควบคุมมลพิษในอากาศจากแหล่งกำเนิด

 1.การกำหนดมาตรการต่างๆที่จะให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ในทางด้าน บุคลากร ระบบการ บริหารจัดการ ระบบงบประมาณสนับสนุน เครื่องมือที่ทันสทัย และกลไกในการติดตามตรวจสอบ ประเมินผลและการปรับปรุงพัฒนาระบบการบริหารจักการเพื่อให้มีการทำแผนและนำแผนการ ป้องกัน แก้ไขมลพิษทางอากาศไปสู่การปฏิบัติติได้อย่างมีประสิทธิภาพ

หมวด 5 เขตเฝ้าระวังและเขตประสบมลพิษในอากาศ

 1.ควรที่จะเร่งพัฒนาระบบฐานข้อมูลและการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์ โดยใช้ข้อมูลเพื่อ กำหนดให้พื้นที่จังหวัด อำเภอ ตำบล หมู่บ้านที่ได้รับผลกระทบ หรือเป็นแหล่งกำเนิดมลพิษทาง อากาศเป็นเขตเฝ้าระวังและเขตประสบมลพิษในอากาศ

หมวด 6 เครื่องมือและมาตรการทางเศรษฐศาสตร์เพื่ออากาศสะอาด

 1.ระบุกิจกรรมหรือประเภทของกิจกรรมในเขตพื้นที่ที่เป็นแหล่งกำเนิดมลพิษเพื่อส่งเสริมให้ มีการเปลี่ยนแปลงระบบการผลิตที่เป็นต้นเหตุของมลพิษทางอากาศให้ชัดเจน โดยการให้ความ ช่วยเหลือทางวิชาการ และการสนับสนุนหรืออุดหนุนโดยมาตรการทางการเงินหรือมาตรการ ทางการคลัง

หมวด 7 เจ้าพนักงานอากาศสะอาด

 ควรกำหนดอำนาจหน้าที่ของเจ้าพนักงานอากาศสะอาดในการส่งเสริมการมีส่วมร่วมของ ภาคประชาชนในการติดตาม ตรวจสอบ เฝ้าระวังหรือแจ้งแหล่งกำเนิดมลพิษทางอากาศ 

หมวด 8 ความรับผิดทางแพ่ง

 มาตรการการคุ้มครองชั่วคราวก่อนฟ้อง 

หมวด 9 บทกำหนดโทษ

 ควรเพิ่มเติมโดยให้นำเอาวิธีการเพื่อความปลอดภัยมาใช้เสริมมาตรการลงโทษทางอาญา สำหรับผู้ก่อมลพิษทางอากาศบางประเภท

บทเฉพาะกาล

1. การปฎิรูประบบและวิธีการงบประมาณให้เป็นระบบและวิธีการงบประมาณที่สอดคล้อง กับการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุของมลพิษทางอากาศ

2. ระยะเวลาในการเตรียมการของหน่วยงานต่างๆเพื่อบังคับการให้เป็นไปตามกฎหมาย ควรจะมีระยะเวลาที่รวดเร็ว

author

ปฏิทินกิจกรรม EVENT CALENDAR

เข้าสู่ระบบ