เปิดไทม์ไลน์ 64 พลเมืองสื่อสาร ปักหมุดจุดประเด็นอะไรกับ C-Site

เปิดไทม์ไลน์ 64 พลเมืองสื่อสาร ปักหมุดจุดประเด็นอะไรกับ C-Site

ประมวลหมุด C-Site (ประมวลผลวันที่ 15 ธันวาคม 2564)

ตลอดปีมีการปักหมุดจากภาคพลเมืองจำนวน 4,901 หมุด

โดยจำแนกเป็นหมวดหมู่ 

  1. ข่าวเหตุการณ์ ร้อยละ 43.26 
  2. พื้นที่เรียนรู้ ร้อยละ 16.85
  3. ชุมชนสู้โควิด ร้อยละ 15.12
  4. วิถีชีวิต ร้อยละ 10.69
  5. ผลกระทบจากโครงการของรัฐ ร้อยละ 4.47
  6. ภัยพิบัติ ร้อยละ 4.43

มกราคม

เริ่มต้นเดือนมกราคม ต่อเนื่องจากคลัสเตอร์ที่ตลาดกลางกุ้ง จ.สมุทรสาคร แรงงานเพื่อนบ้าน ในพื้นที่ตลาดกลางกุ้ง จ.สมุทรสาคร เครือข่ายแรงงานเพื่อนบ้าน ร่วมกันปักหมุดในหมวดชุมชนสู้โควิดจำนวนมากกว่า 70 หมุด ในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่มูลนิธิรักษ์ไทย และอาสาสมัครแรงงานเพื่อนบ้าน ไม่ว่าจะเป็นพระ ทั้งล่ามอาสาในการระดมทุน บริจาคสิ่งของช่วยเหลือ 

นอกจากนั้นยังมีการเตรียมรับปรับตัวของโรงเรียน และกลุ่มอาสาสอนที่ทำกิจกรรมกับน้อง ๆ ในชุมชนที่ต้องเรียนกันที่บ้าน ทำอย่างไรจะไม่ให้การเรียนรู้ถดถอย โดยเฉพาะในพื้นที่ของภาคอีสานและพื้นที่ทำงานของกลุ่มก่อการครู อาสาสอน และการเรียนรู้ของท้องถิ่น ขณะที่หลายพื้นที่ทางภาคเหนือเริ่มจับตาฤดูฝุ่นควันที่กำลังจะเข้ามาถึง

กุมภาพันธ์

อาจกล่าวได้ว่าเป็นเดือนเริ่มต้นของการสร้างพื้นที่เรียนรู้ของภาคพลเมือง กลุ่มโรงเรียนขนาดเล็ก การเรียนรู้นอกห้องเรียน ทั้งในเขตเมืองและนอกเขตเทศบาล รวมทั้งโดยเฉพาะกลุ่มนักเรียนที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล เด็กครอบครัวกลุ่มประชากรเปราะบาง หรือกลุ่มภาคพลเมืองที่สร้างการเรียนรู้การเตรียมตัวกับฝุ่น การรับมือกับโควิดด้วยกลไกของชุมชน ดังเห็นจากการเลือกหมวดหมู่ พื้นที่เรียนรู้ ถึง 1 ใน 4 ของหมุดทั้งหมดของเดือนกุมภาพันธ์ (ก.พ. ปักหมุดรวมทั้งหมด 375  หมุด พื้นที่เรียนรู้ 91 หมุด ตลอดทั้งปี)

หมุดส่วนใหญ่ในรอบเดือน มีการติดตามสถานการณ์ในระดับพื้นที่ อาทิ การรายงานสถานการณ์น้ำโขงผันผวน น้ำโขงแห้งขอด หรือกลายเป็นสีฟ้าใส การร่วมส่งกำลังใจ ติดตามสถานการณ์การรัฐประหารในประเทศเมียนมาจากกลุ่มพี่น้องแรงเพื่อนบ้านหลาย ๆ จุดทั่วประเทศไทย

จากยุทธการพิทักษ์ป่าต้นน้ำเพชร ถึง #saveบางกลอย จากจุดเริ่มต้นที่กะเหรี่ยงบางกลอยจำนวนหนึ่งที่ถูกอพยพโยกย้ายลงในพื้นที่ทางการจัดสรรให้ แต่ไม่สามารถดำรงชีวิตได้ ตัดสินใจเดินทางกลับไปยังถิ่นฐานเดิม ทำให้เกิดการตั้งคำถามถึงความเหมาะสม การจัดการข้อพิพาทของคนกับป่า และเรื่องราวความเป็นมาของกะเหรี่ยงใจแผ่นดิน รวมถึงการสื่อสารถึงวิถีวัฒนธรรมและภูมิปัญญาของการจัดการทรัพยากรของ และการทางเลือกที่เหมาะสมหาทางออกร่วมกัน

มีนาคม

เป็นเดือนที่ภาคพลเมือง สื่อพลเมืองร่วมปักหมุดสื่อสารสูงที่สุดในรอบปี มากถึง 599 หมุด ทั้งการเผชิญกับวิกฤตฝุ่น PM2.5 การจัดการ การดูแลตัวเองและชุมชนในเรื่องไฟป่าและฝุ่นควัน การติดตามโครงการพัฒนาของรัฐ อาทิ การสร้างเขื่อนกันคลื่นและความเปลี่ยนแปลงของชายหาดจากมุมมองของชาวบ้าน ตลอดจนข้อเสนอให้มีการศึกษาประเมินผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมหรืออีไอเอก่อนดำเนินการโครงการก่อสร้างกำแพงกันคลื่น

นอกจากนั้นภาคพลเมืองยังสื่อสารการจัดการรับมือโควิดในระดับชุมชน รูปธรรมของการช่วยเหลือกันเอง การระดมทุน และการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลและนายกเทศมนตรี จำนวนเทศบาลทั้งสิ้น 2,472 แห่ง ทั่วประเทศ เครือข่ายสื่อพลเมืองโดยเฉพาะ new voters ร่วมติดตามสังเกตการณ์และรายงานผลการเลือกตั้งและนโยบายที่ประชาชนต้องการ เช่น เทศบาลนครเชียงใหม่ เกิดกลุ่ม “เชียงใหม่ฮอม” ที่เป็นการรวมตัวของภาคประชาชาสังคม นักกิจกรรม นักธุรกิจ นักวิชาการที่ลุกขึ้นมาออกแบบการมีส่วนร่วมในการพัฒนาข้อเสนอและรูปธรรมของเมืองแบบใหม่ เป็นต้น

เมษายน

เป็นเดือนของสีสัน วิถีชีวิตของวัฒนธรรมพื้นถิ่น งานบุญงานเทศกาลภายใต้ชีวิตวิถีใหม่ การปรับเปลี่ยน และกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ในช่วงปิดเทอม หลายพื้นที่มีออกแบบมาตรการเฝ้าระวังของชุมชน ตั้งจุดคัดกรองตามสถานที่ต่าง ๆ ในชุมชน ที่จัดการโดยชุมชนร่วมกับเจ้าหน้าที่อสม. จนถึงหน่วยงานในระดับพื้นที่ 

ขณะที่ในช่วงครึ่งเดือนหลังเมษายนพบว่ามีรายงานการตั้งศูนย์พักคอยของชุมชนcommunity isolation รวมถึงโรงพยาบาลสนามเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และการระดมทรัพยากรสนับสนุนการปฏิบัติงานและการดูแลกัน

และความพยายามเริ่มตั้งหลัก รับมือ และพัฒนาแนวทางการฟื้นฟูการท่องเที่ยวของชุมชนในพื้นที่ท่องเที่ยว เช่น จังหวัดพังงาซึ่งไม่อยู่ในพื้นที่นำร่องการเปิดประเทศ เป็นต้น

พฤษภาคม

หมวดชุมชมสู้โควิดสูงที่สุด จะเห็นธารน้ำใจการระดมทรัพยากรการช่วยเหลือของชุมชน โดยเฉพาะพี่น้องชุมชนเมือง ชุมชนแรงงานเพื่อนบ้าน การรวมกลุ่มของแรงงาน ช่างฝีมือที่ได้สูญเสียอาชีพ รวมถึงไทยพีบีเอสที่ออกแคมเปญ ชุมชนเมืองต้องรอด ปากท้องต้องอิ่ม ระดมความช่วยเหลือสร้างการแบ่งปันให้กับชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดและการล็อกดาวน์ในหลายพื้นที่ประเทศ

การตอบสนองของภาคพลเมืองมีหลายลักษณะ สะท้อนจุดประสานงาน ครัวกลาง ครัวชุมชน พื้นที่แบ่งปัน การสร้างความมั่นคงทางอาหาร

มิถุนายน

เปิดเทอมใหญ่ หลายพื้นที่ทั่วประเทศไทยนักเรียน นักศึกษายังไม่สามารถออนไซต์ได้ รูปแบบการปรับเปลี่ยนการเรียนรู้จึงถูกสื่อสารและนำเสนออย่างหลากหลาย ตั้งแต่พื้นที่ห่างไกล ถิ่นทุรกันดาร ภาคพลเมืองได้สื่อสารให้เห็นความพยายามปรับตัวทุกภาคส่วน ตั้งแต่ครูนำใบงานไปส่งให้กับนักเรียน การหมุนเวียนสื่อการเรียนการสอน การตอบนองต่อความเหลื่อมล้ำการเข้าไม่ถึงอุปกรณ์และสิ่งอำนวยความสะดวกในการเรียนออนไลน์ การสร้างเพิงพักให้กับนักเรียนที่ในอยู่ในพื้นที่อับสัญญาณ เป็นต้น 

สำหรับโรงเรียนที่สามารถเปิดเรียนออนไซต์ได้ ก็เห็นการมาตรการคัดกรอง การเว้นระยะห่าง และการเฝ้าระวังการระบาดในสถานศึกษามากมาย

การรับมือระบาดของโรคลัมปีสกีน การใช้ภูมิปัญญาของชาวบ้านในการรับมือระหว่างที่ยังรอการนำเข้าและการจัดสรรวัคซีนให้กับกลุ่มเกษตรกรในพื้นที่การระบาด ขณะที่วันที่ 7 มิถุนายน 2564 นับการเริ่มต้นวันแรกของการวัคซีนโควิดให้กับกลุ่มผู้สูงอายุ และผู้ป่วยเรื้อรัง7 โรค

ขณะเดียวกันเครือข่ายสภาเกษตรกร ที่ร่วมสื่อสารผลกระทบและการจัดการของเกษตรกร การกระจายพืชผลการผลิต การเก็บเกี่ยว การแปรรูป การพัฒนาผลิตภัณฑ์สินค้า รวมถึงช่องทางการกระจายสินค้าและจุดเชื่อมโยงผู้ผลิตกับผู้บริโภคใหม่ นอกจากนี้ยังพบการริเริ่มของกลุ่มแรงงานที่กลับบ้าน การเรียนรู้การสร้างอาชีพใหม่ ๆ ที่ทำได้ในชุมชน โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคอีสานและภาคกลาง

กรกฎาคม

เดือนนี้พบการระบาดโควิดในพื้นที่ชุมชน และสถานประกอบการ เช่น ชุมชนโป่งแยง อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ โรงเรียนจิตต์อารีย์ จ.ลำปาง และการรับมือของชุมชนโครงการเชียงใหม่ฟู้ดแบ้งก์ การสร้างธนาคารอาหาร

 เหตุระเบิดของถังเก็บสารเคมี สไตรีนโมโนเมอร์ (CO) ของบริษัทหมิงตี้เคมีคอล (Ming Dih Chemical) หนึ่งในสองผู้ผลิตเม็ดโฟมรายใหญ่ของประเทศ ตั้งโรงงานอยู่ที่ซอยกิ่งแก้ว อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ บนเนื้อที่ 2,068 ตร.ม. เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคมที่ผ่านมา นอกจากจะสร้างความสูญเสียต่อชีวิต-ทรัพย์สิน และส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมครั้งใหญ่แล้ว เหตุการณ์นี้สะท้อนกระบวนการตรวจสอบสถานที่ตั้งโรงงาน-ความปลอดภัย และกฎหมายควบคุมโรงงานอันตราย เมื่อโรงงานกลายมาเป็นจุดศูนย์กลางของชุมชน ภาคพลเมืองก็ร่วมติดตามสถานการณ์และร่วมกันเฝ้าระวังผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมและสุขภาพในพื้นที่ใกล้เคียง โดยร่วมกันเก็บตัวอย่างน้ำฝนเพื่อวิเคราะห์การกระจายตัวของมลพิษและการตกค้างในสิ่งแวดล้อม

สิงหาคม

เครือข่ายสื่อภาคพลเมืองยังคงสื่อสารการจัดการชุมชนเพื่อรับมือกับโควิดโดยการจัดการของชุมชนมาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการสื่อสารรูปธรรมของการแก้ปัญหาปากท้องของกลุ่มเกษตรกร โดยเครือข่ายนักข่าวพลเมืองสภาเกษตรกรทั่วทุกภูมิภาค

กันยายน

ภาคพลเมืองร่วมติดตามรายงานสถานการณ์ภัยพิบัติจากพายุเตี้ยนหมู่ในพื้นที่หลายพื้นที่ และยังคงติดตามรูปธรรมความช่วยเหลือกันเองในการรับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด

Text
Description automatically generated

ตุลาคม

เริ่มต้นเดือนด้วยเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันยางนาบนถนนสายประวัติศาสตร์ถนนทางหลวงหมายเลข 107 เชื่อมเชียงใหม่-ลำพูน ขนาดใหญ่จำนวนล้มโค่นนับ 10 ต้น หลังเกิดลมพัดแรงในพื้นที่สร้างความเสียหายแก่บ้านเรือนประชาชน ทำให้ภาคประชาสังคม พลเมือง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันสื่อสารตั้งแต่การเผชิญเหตุ ต่อเนื่องจนถึงการแสวงหาความร่วมมือ การระดมความเห็น และวางแนวทางร่วมกันต่อในอนาคต

เช่นเดียวกับพื้นที่บางส่วนในพื้นที่ภาคอีสานและหลายจังหวัดในพื้นที่ภาคกลาง ยังคงเผชิญกับปัญหาน้ำท่วมขังนับจากพายุเตี้ยนหมู่ ซึ่งเครือข่ายการจัดการภัยพิบัติระดับชุมชนในพื้นที่ดังกล่าวก็ร่วมกันสื่อสาร เพื่อสะท้อนสถานการณ์ที่ต่อเนื่องนับเดือน และตั้งตั้งกลไกระดับพื้นที่เพื่อบรรเทาความเดือนร้อนของประชาชนและกลไกรับมือพื้นที่น้ำท่วมซ้ำซากในอนาคต

กลุ่ม U2T ต่อยอดผลิตภัณฑ์ชุมชน และสร้างการเรียนรู้ระหว่างชุมชนและนักศึกษา

พฤศจิกายน

ไครียะห์ ระหมันยะ เครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่น เดินทางขึ้นมาทวงสัญญาจากรัฐบาล ยกเลิกการเดินหน้าโครงการอุตสาหกรรมจะนะ เนื่องจากการดำเนินโครงการไม่เป็นไปตามข้อตกลงที่ให้กับชาวบ้านในพื้นที่ พร้อมกับร่วมกันเสนอความคิดเห็นต่อนโยบายที่พลเมืองอยากให้เกิดขึ้นในท้องถิ่น ร่วมกันออกแบบ “ท้องถิ่นในฝัน” และร่วมกันรายงานจับตาการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนตำบล และสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบล กว่า 5,000 แห่งทั่วประเทศ ขณะการท่องเที่ยวของพังงาก็เริ่มกลับมาคึกคัก หลังจากพยายามจะพลิกฟื้นสถานการณ์ต้องสะดุดจากการระบาดในชุมชนที่แพร่กระจายไปทั่วประเทศอยู่หลายครั้ง

ธันวาคม

เครือข่ายภาคพลเมืองร่วมสื่อสารในประเด็นผลกระทบจากโครงการพัฒนาของรัฐ ในประเด็นแผนพัฒนาภาคใต้ และยังมีเครือข่ายภาคประชาชนอื่น ๆ ร่วมสื่อสารเพื่อสนับสนุนการเคลื่อนไหวของพี่น้องจะนะรักษ์ถิ่น และเสนอแนวทางในการดำเนินโครงการขนาดใหญ่ของรัฐ อาทิ การประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ รวมถึงติดตามโครงการก่อสร้างกำแพงกันคลื่นในหลายพื้นที่ในฝั่งอ่าวไทย(Strategic Environmental. Assessment) อย่างไรก็ตามในช่วงปลายปีนี้ภาคพลเมืองยังคงแสวงหาทางออก และการจัดการพื้นที่เพื่อหาทางออกต่อผลกระทบและความเปลี่ยนแปลงอันเนื่องมาจากการระบาดโควิด-19 เช่น สกลจังซั่น เพื่อออกแบบเมืองอย่างมีส่วนร่วมและเป็นเมืองของทุกคน เป็นต้น

C-Site เป็นแอปพลิเคชันที่ไทยพีบีเอส โดยสำนักเครือข่ายและการมีส่วนร่วมสาธารณะพัฒนาใช้สำหรับรายงานข้อมูลข่าวสารสำหรับทุกคน แบบง่าย ๆ ได้ทั้งในโทรศัพท์มือถือ สมาร์ทโฟนและบนคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ โดยทุกวัน จะมีคนที่สนใจอยากจะสื่อสารเข้ามาเขียนเล่าเรื่อง เล่าข่าวจากพื้นที่ของตัวเองเข้ามา บางเนื้อหาอ่าน หาชมไม่ได้จากสื่อกระเเสหลักทั่ว ๆ นั้นหมายถึงประโยชน์ของApplication จึงมากกว่าเเค่การเข้ามาโพสต์ข่าว ซึ่งยังสามารถเข้ามาดูความเคลื่อนไหวสถาการณ์ของเพื่อน ๆ จากพื้นที่อื่น ๆ ได้ด้วย รู้จักและสื่อสารไปด้วยกัน

รู้จักและใช้งานC-Siteอย่างง่ายๆ

author

ปฏิทินกิจกรรม EVENT CALENDAR

เข้าสู่ระบบ