ด.เด็ก กู้โลก

ด.เด็ก กู้โลก

หุ่นยนต์คือเพื่อนในวัยเด็ก

ในสายตาผู้ใหญ่  หุ่นยนต์ไม่มีชีวิต

แต่ในสายตาเด็ก  เจ้าหุ่นเหล็กหุ่นพลาสติกเหล่านี้ล้วนมีพละกำลัง  สามารถเดินเหินและพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าได้ตามคำบัญชาของพวกเขา เพื่อไปปราบเหล่าอธรรม

ในโลกจินตนาการนั้น  ความฝันกับความจริงลอยละล่องคล้องแขนเกาะเกี่ยวเป็นเนื้อเดียวกัน

เด็กหลายคนอยากโตขึ้นเป็นยอดมนุษย์เพื่อช่วยพิทักษ์โลกจากเหล่าร้าย  ด้วยการใช้หุ่นยนต์ต่อสู้กับสัตว์ประหลาดตัวยักษ์ที่มักจะใช้กำปั้น  ข้อศอก  หัวเข่า  กระทำชำเราบ้านเมือง

ในวัยเด็กเมื่อหัวใจยังเล็ก  ความสนุกอาจอยู่ตรงที่ได้นั่งดูเหล่ายอดมนุษย์เหล่านั้นเอาชนะฆ่าฟันเหล่าร้ายได้เสมอ  มีเผลอมีพลั้ง  แต่ก็ยังพลิกกลับมากำราบพวกมันได้ในตอนท้ายของเรื่อง

เด็กทั้งหลายต่างมั่นใจ  ไม่ว่าเหตุการณ์จะเป็นเช่นไร  ตัวร้ายจะโหดเหี้ยมทรงอิทธิฤทธิ์แค่ไหน  แต่สุดท้ายพระเอก-นางเอกก็จะชนะอยู่ดี

จึงไม่แปลกที่เด็กๆอยากจะเป็นพระเอก-นางเอก 

ในเมื่อพระเอก-นางเอกไม่เคยแพ้

แต่เมื่อเติบโตขึ้นมา  สองขาเริ่มแข็งแกร่ง  ขนหน้าแข้งเริ่มดกดำ  เด็กน้อยบางคนอาจจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าครั้งหนึ่งตัวเองเคยอยากเป็นยอดมนุษย์

หุ่นยนต์ที่เคยเล่นด้วยทุกวัน  ถูกวางทิ้งไว้ให้เหงาๆในซอกมืดๆของห้องเก็บของ  เป็นเพียงแลนดิ้งของฝุ่นผงที่เกาะหนาขึ้นตามวันเวลา

เช่นกันกับผงฝุ่นที่ปกคลุมความทรงจำเก่าๆจนเราแทบมองไม่เห็น 

เพื่อนในวัยเด็กกลายเป็นเศษเหล็กที่ไม่มีอิทธิฤทธิ์ใดๆอีกต่อไป  เหาะเหินเดินอากาศไม่ได้  ไร้ผู้บังคับบัญชา

เมื่อความฝัน  ซึ่งคือน้ำมันวิเศษ  ได้ระเหยหายไปจากถังน้ำมันแห่งจินตนาการ  หุ่นยนต์ตัวเดิมก็ไม่มีเชื้อเพลิงในการขับเคลื่อน  มันจึงถูกวางเอาไว้เฉยๆ  และบางตัวก็ไม่เคยได้รับการสัมผัสจากสองมือที่คุ้นเคยนั้นอีกเลย…ตลอดกาล

บางคนเติบโตไปเป็นพระเอก-นางเอกในโลกแห่งความจริง  ช่วยเหลือเกื้อกูลเพื่อนมนุษย์  พยายามหยุดความเลวร้ายของบางสิ่งในสังคม  บางคนทำหน้าที่ของตนอย่างเต็มที่เท่าที่มนุษย์ธรรมดาคนหนึ่งจะสามารถทำได้

ขณะที่บางคนเติบโตขึ้นมาเป็นผู้ร้ายเสียเอง  เป็นสัตว์ประหลาดที่เคยอยากปราบเมื่อครั้งยังเป็นเด็ก     ทำร้าย…และทำลายเพื่อนมนุษย์โดยทางอ้อมและทางตรง

ถ้ายังมีหุ่นยนต์  เขาคงใช้มันเพื่อหนุนหลังสัตว์ประหลาด

เมื่อครั้งยังเป็นเด็ก  เราเคยคิดว่าโลกกลมๆใบนี้มีฝ่ายธรรมะและอธรรมยืนอยู่ตรงข้ามกันและต่อสู้กันเสมอ  ธรรมะ-อธรรม  ดูง่าย  ทั้งสองฝ่ายต่างแสดงตัวชัดเจน  พระเอก-นางเอกเป็นคนหน้าตาดี  สัตว์ประหลาดหน้าตาน่าเกลียด

แต่พอเติบโตขึ้นมาจึงได้รู้ว่า  คนร้าย-คนดีนั้นไม่ได้แบ่งแยกกันชัดเจนอย่างนั้น  บางทีคนร้ายก็มาในคราบคนดี  บางทีคนดีวันนี้ก็กลายเป็นไม่ดีวันหน้า

โลกความจริงดูยาก  และเต็มไปด้วยความเปลี่ยนแปลง  เมื่อเติบใหญ่จึงได้เข้าใจว่า  สิ่งที่เราจำเป็นต้องต่อสู้นั้นไม่ใช่  “ตัวร้าย”  แต่เป็น  “ความเลวร้าย”  ต่างหาก  “ความเลวร้าย”  ที่บางครั้งก็ไม่ได้อยู่ที่ไหนไกล    แต่อยู่ในใจของเราเอง

คนเราไม่ได้เกิดมาเพื่อเป็น  “สัตว์ประหลาด”  หรือ  “พระเอก” หรือ “นางเอก”  ดีเอ็นเอไม่ได้ระบุมาถึงขั้นนั้น  ทุกคนบนโลกใบนี้ล้วนมีส่วนผสมของ  “ความเป็นไปได้ที่จะเลว”  และ  “ความเป็นไปได้ที่จะดี”  อยู่ในดีกรีเท่าๆกัน  มันผสมอยู่ในตัวเรา  บางคราวเราเป็น  “สัตว์ประหลาด”  บางคราวก็เป็น  “พระเอก-นางเอก”  “ความเลวร้าย”  มีอิทธิฤทธิ์และแรงดึงดูดที่ทรงพลังเสมอ  จึงไม่แปลกที่ผู้คนจะเผลอไปทางนั้นเป็นครั้งคราว 

นั่นคือเรื่องราวของคนที่เติบโต…โตพอที่จะเข้าใจว่าในตัวสัตว์ประหลาดก็มีพระเอก-นางเอกแอบซ่อนอยู่  เช่นกันกับที่ในตัวพระเอก-นางเอกก็มีสัตว์ประหลาดสิงสถิตอยู่ในนั้น 

ในตัวทุกคนล้วนเป็นสนามการต่อสู้ระหว่างธรรมะกับอธรรม  หาใช่เพียงโลกภายนอก  โลกภายในต่างหากที่ทำสงครามกันไม่เว้นแต่ละวัน  เราต่างก็อยากเป็นคนดี  แต่การเอาชนะความชั่วร้ายในใจก็ไม่ง่ายดายนัก

เมื่อเราเติบใหญ่จึงได้เข้าใจว่า  หน้าที่ของ  “พระเอก” และ “นางเอก”  อาจมิใช่การเข่นฆ่าเหล่าร้ายให้หมดไปจากโลก  แต่เป็นการปลุกด้านดีและความคิดในฝั่งธรรมะให้เอาชนะด้านเลวร้ายของฝ่ายอธรรมให้ได้ต่างหาก

ปลุกความคิดดีๆของเราและของเขาด้วยเช่นกัน  การฆ่าฟันไม่ได้นำมาซึ่งประโยชน์ใดๆรังแต่จะทำให้เกิดความรุนแรงไม่รู้จบ  สิ่งที่ควรฆ่าคือ  “ความเลวร้าย”  ความเลวร้ายในใจเรา  ความเลวร้ายในใจเขา  มิใช่คนเลวร้าย 

ตรงกันข้ามเราควร  “เผื่อใจ”  และ  “ให้โอกาส” เขา  ด้วย  “ความเชื่อ”  ว่าเขาก็เหมือนกันกับเรา  ในตัวเขามีทั้งด้านดีและร้ายผสมกัน 

ที่สำคัญ  กาลครั้งหนึ่งเมื่อยังเป็นเด็ก  เขาก็เคยบังคับ  “หุ่นยนต์”  ตัวเล็กๆไปปราบปรามเหล่าร้าย  คล้ายๆกันกับเรา

author

ปฏิทินกิจกรรม EVENT CALENDAR

เข้าสู่ระบบ