ปรากฎการณ์“สามนิ้ว” การเเสดงออกทางการเมืองด้วยสัญลักษณ์

ปรากฎการณ์“สามนิ้ว” การเเสดงออกทางการเมืองด้วยสัญลักษณ์

Photo By โกเชาว์

ปรากฎการณ์ใหม่ที่เห็นเยาวชนคนรุ่นใหม่ออกมาแสดงความคิดเห็นทางการเมืองกันอย่างมากตลอดช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา แน่นอนว่าหลายคนคงมีคำถาม และคำตอบในใจ ว่านี้คือสีสันทางการเมือง หรือภาพแทนอนาคตของคนรุ่นใหม่ที่มีความกล้าในการแสดงออกทางความคิด

ปรากฎการณ์ใหม่ที่เห็นเยาวชนคนรุ่นใหม่ออกมาแสดงความคิดเห็นทางการเมืองกันอย่างมากตลอดช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา แน่นอนว่าหลายคนคงมีคำถาม และคำตอบในใจ ว่านี้คือสีสันทางการเมือง หรือภาพแทนอนาคตของคนรุ่นใหม่ที่มีความกล้าในการแสดงออกทางความคิด

สัญลักษณ์นี้คืออะไรกัน แล้วทำไมต้องชู 3 นิ้ว?

หลายคนบอกว่าการชู 3 นิ้ว เป็นกระแส ภาพยนตร์ “The Hunger Games”ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้ฉายภาพการปกครองแบบเผด็จการปลุกสร้างความกลัวจนประชาชนไม่กล้าแม้แต่จะคิดแข็งขืนหรือต่อต้านอำนาจ ในเกมการแข่งขั้น นางเอกได้ชูสัญลักษณ์ 3 นิ้ว ขึ้น ส่งต่อไปยังชาวเมืองอื่นๆ ที่กำลังรับชมอยู่ ซ่อนนัยกระด้างกระเดื่อง ต่ออำนาจที่บีบคั้นที่สุดแล้วเกิดพฤติกรรมเลียนแบบขึ้นและขยายออกเป็นวงกว้าง 

Photo By โกเชาว์

การชู 3 นิ้ว คือการใช้สัญลักษณ์ และเป็นการสื่อสารรูปแบบหนึ่งในการแปรความจากนามธรรมให้เป็นรูปธรรม ในประเทศไทยกลุ่มนักศึกษา และกลุ่มต้านรัฐประหาร ชู 3 นิ้ว และปิดปาก เป็นการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ของ สันติภาพ เสรีภาพ และภราดรภาพ  แน่นอนว่าในช่วงการเมืองที่ผ่านมาที่มีความขัดแย้งในสังคมไทยมีการใช้สัญลักษณ์ที่ต่างกัน ทั้งสีเสื้อ รวมถึงสัญลักษณ์อื่นทั้งนกหวีดมือตบและเท้าตบ อีกด้วย

ชู 3 นิ้วในโรงเรียน มุมของคุณครูคิดเห็นอย่างไร? ทีมสื่อพลเมือง thecitizen.plus คุยกับคุณครูมีมุมมองที่น่าสนใจ

เริ่มต้นจากคุณครูในโรงเรียนห่างไกล ที่มีการเรียนการสอนในระดับชั้นมัธยมศึกษา ครู บัณฑิตย์ ทาปิมปา ครูวิชาสังคม โรงเรียนมิตรมวลชน อ.เชียงดาว เชียงใหม่ 

ครูเล่าว่าโรงเรียนมิตรมวลชน เป็นโรงเรียนที่มีการเรียนการสอนถึงระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น ซึ่งในขณะทีมงานได้มีการพูดคุยกับครูยังไม่ได้มีการออกมาเคลื่อนไหว หรือแสดงสัญลักษณ์ของกลุ่มนักเรียนแต่อย่างใด ครูบอกว่าน่าจะเป็นเพราะยังเป็นเด็กเล็กอยู่ ซึ่งแน่นอนว่าน่าจะคล้าย กลับโรงเรียนที่มีระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นทั่วไป ที่เด็กติดตามข่าวสารจากโซเชียลมีเดียแล้วนำมาพูดคุยแลกเปลี่ยนกัน

ในฐานะครูวิชาสังคม เห็นโอกาสในเมื่อเด็กได้พูดคุยกันก็ใช้วิธีการตั้งคำถามว่ารู้หรือไม่ว่าที่ในกรุงเทพหรือพื้นที่อื่นมีการแสดงสัญลักษณ์ 3 นิ้วหมายถึงอะไรใช้วิธีการพูดคุยแลกเปลี่ยนตั้งคำถามกับเด็ก ทั้งอธิบายให้เด็กว่าการแสดงออกทางสัญลักษณ์หรือการชู 3 นิ้วนั้นมาจากในหนังภาพยนตร์เรื่องหนึ่ง ที่ตัวละครต่อต้านจากอำนาจบางอย่าง

ทีมงานได้ตั้งคำถามกับคุณครูว่าถ้าในอนาคตหากเกิดกรณีที่เด็กนักเรียนอยากจะแสดงความคิดความรู้สึก ด้วยการเเสดงออกแบบในข่าว ครูจะห้ามหรือ ไม่

ครูบอกว่าได้พยายามทำความเข้าใจกับนักเรียนและบอกว่าถ้าพวกเขาจะแสดงความคิดเห็นหรือแสดงออกไม่ได้ห้าม  แต่ให้อยู่ในขอบเขตและอยู่ในความเหมาะสม เช่นการเข้าแถวหน้าเสาธงก็แนะนำเด็กให้เสร็จพิธีกรรมของโรงเรียนก่อน ซึ่งปกติเด็กจะเข้าแถวเคารพธงชาติ พร้อมกับสวดมนต์ไหว้พระ ถ้าจะมีกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ ค่อยต่อจากนั้นเพื่อความเหมาะสม

เช่นเดียวกับคุณครูโอ ปราศรัย เจตสันติ์ ครูรายวิชาสังคม โรงเรียนบางปะกอกวิทยาคม กรุงเทพมหานคร

นอกจาก ครูโอเป็นครูสอนวิชาสังคม และเป็นหัวหน้างานประชาธิปไตยในโรงเรียน เครูโอเล่าว่า เหตุการณ์ล่าสุดเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมานักเรียนในโรงเรียนได้แสดงสัญลักษณ์ชู 3 นิ้วขึ้น ทั้งโรงเรียน

แต่ด้วยโรงเรียนยังไม่ได้มีการจัดให้เข้าแถวรวมหน้าเสาธงเด็กจึงเสดงสัญลักษณ์หน้าชั้นเรียน โดยเฉพาะเด็กชั้น ม.6 ชู3นิ้ว ยกทั้งตึก

จริงๆ เเล้วทางโรงเรียนรู้เรื่องนี้มาก่อนเนื่องจากกลุ่มสภานักเรียนได้มีการประกาศเชิญชวนเพื่อนักเรียน

ซึ่งกลุ่มผู้บริหารของโรงเรียนได้มีการประชุมกันหั วใจสำคัญคือแผนการรับมือกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะทางโรงเรียนไม่เคยเผชิญเหตุการณ์แบบนี้

จากที่ประชุมมีข้อเสนอตรงกันว่าให้นักเรียนได้แสดงความคิดเห็น ได้แสดงออกโดยไม่ปิดกั้น เนื่องจากโรงเรียนคือที่ปลอดภัยและพื้นที่จะค่อยชี้แนะนักเรียน แต่ภายหลังจากการแสดงออกของนักเรียนในเมื่อช่วงเช้าแล้ว ที่มีกลุ่มสภานักเรียนไปอ่านแถลงการณ์และชู3นิ้วที่หน้าเสาธง ทางโรงเรียนก็มีการเรียกกลุ่มนักเรียนไปคุยกันในห้องปกครองแต่เป็นการพูดคุยเพื่อถามเหตุผลและให้เขาได้แลกเปลี่ยนในสิ่งที่ทำ เพราะ ทางโรงเรียนอยากฟงัเสียงเขา ไม่มีการตัดคะแนนความประพฤติหรือข่มขู่แต่อย่างใด

จากนี้สิ่งที่ครูโอ ต้องทำต่อจากนี้ก็คือว่าจะต้องทำแผนเสนอฝ่ายบริหาร เนื่องจากว่าจะต้องมีการคิดกิจกรรมหรือพยายามสร้างพื้นที่กลางให้เด็กได้แลกเปลี่ยนหรือแสดงความคิดเห็น 

ซึ่งจริงๆ แล้วพื้นที่ตรงนี้อาจจะสอดคล้องหรือไม่สอดคล้องกับเด็กก็ยังไม่รู้ ซึ่งครูโอพยายามจะทำแผนให้เสร็จภายในสัปดาห์นี้และเริ่มใช้ในสัปดาห์หน้า เพื่อให้นักเรียนในโรงเรียนมีพื้นที่เเสดงออก

ครูโอบอกว่าโจทย์สำคัญตอนนี้คือแต่ละโรงเรียนคิดอย่างไรกับการแสดงออกทางการเมือง?  ซึ่งตรงนี้ผู้บริหารของโรงเรียนจะต้องชัด เพื่อที่จะทำความเข้าใจกับฝ่ายบริหารทั้งหมดรวมถึงครู ก่อนที่จะมีการแอ็คชั่นอย่างไรเช่นจะให้คำแนะนำกับเด็กอย่างไรถึงความเหมาะสมไม่เหมาะสมอะไรเกินกว่าขอบเขต แต่ละโรงเรียนมองเรื่องนี้ตรงกันหรือไม่ว่ามันคือสิ่งสวยงามความการแสดงออกของเด็กที่เราไม่เคยเห็นมาก่อนและมันมาเร็วมาก สิ่งที่เกิดขึ้นไม่เคยมีโรงเรียนไหนเผชิญมาก่อน แน่นอนว่าโรงเรียนคือพื้นที่ปลอดภัยแรกที่จะคอยขัดเกลาเด็กๆ 

วันที่ควรมีพื้นที่เพราะไม่งั้นจะเกิดความขัดแย้ง

ยกตัวอย่างเช่นมีเด็กนักเรียนมาปรึกษาคุณครูโอ บอกว่าผู้ปกครองเขา ไม่เห็นด้วยว่าเขาไปแสดงออกทางการเมือง ซึ่งเวลาเด็กมาเม้าท์กับครูโอก็จะบอกเรียกผู้ปกครองของตัวเองว่า สลิ่ม หรือพูดในเชิงไม่ดีบ้างเพราะฉะนั้นหน้าที่ครูก็คือเป็นตัวกลางเชื่อมประสานให้เข้าใจกันถึงความต่างระหว่างเจนกับเหตุผลของผู้ปกครองกับนักเรียนเพื่อไม่ให้เกิดความขัดแย้งไปทางครอบครัว 

author

ปฏิทินกิจกรรม EVENT CALENDAR

เข้าสู่ระบบ