ฟังเสียงคนแม่เมาะ หลังคำตัดสินคดีผลกระทบโรงไฟฟ้าถ่านหิน (ชมคลิปข่าวพลเมือง)

ฟังเสียงคนแม่เมาะ หลังคำตัดสินคดีผลกระทบโรงไฟฟ้าถ่านหิน (ชมคลิปข่าวพลเมือง)

10 กุมภาพันธ์ 2558  เป็นอีกวันที่ชาวบ้านจาก อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง  ต้องเดินทางกว่า 200 กิโลเมตร มายังศาลปกครอง จ.เชียงใหม่  ทุกครั้งที่เดินทาง  พวกเขามาพร้อมกับความหวังที่จะได้ฟังเสียงแห่งความยุติธรรมจากศาลปกครองจังหวัดเชียงใหม่  เพราะตลอดระยเวลามากว่า 14 ปีแล้ว ที่ชาวบ้านได้รับผลกระทบจากโรงไฟฟ้าถ่านหินแม่เมาะ จ.ลำปาง  มีผู้เสียชีวิต 20 ราย และเจ็บป่วยนับร้อยคน

เช้าวันนี้ ชาวบ้านรอบเหมืองแม่เมาะมีความหวังว่าพวกเขาจะได้รับการเยียวยาหลังจากได้รับผลกระทบมาเป็นเวลานาน

“ความหวังแรกที่ฉันมาที่นี่เพราะต้องการความเป็นธรรม ให้เขาปฏิบยัติตามกฏหมายที่ระบุว่าต้องทำอะไรบ้าง” จินดา นิยมพานิช ชาวบ้านแม่เมาะผู้ได้รับผลกระทบกล่าว

“ชาวบ้านไม่ได้รับความยุติธรรม ทำไมการไฟฟ้ามาอุทธรณ์คำตัดสินศาลก่อนหน้านี้  ผมน้อยใจนะ   ที่สำคัญชาวบ้านที่เจ็บป่วยตายไปก็มี คนที่ป่วยรอบเหมือง รอบโรงไฟฟ้า เกิดผลกระทบ 24 ชม. พวกเราอยู่ในพื้นที่ ทุกวันนี้ผมไปเช็คปอด เสียไปข้างหนึ่ง การที่มายื่นเรื่อง เพราะชาวบ้านได้เอาเงินมารักษาตัวตอนที่ยังไม่ได้ตาย  อยากให้เป็นความเป็นธรรมกับชาวบ้าน ฝากการไฟฟ้า ในเมื่อโฆษณาอยู่ได้ด้วยความดี แต่ชาวบ้านเจ็บปวด ไม่ได้รับการเยียวยา” สมเพียร สายคำ ชาวบ้านแม่เมาะผู้ได้รับผลกระทบกล่าว 

มะลิวรรณ วิโรจน์ ประธานเครือข่ายสิทธิผู้ป่วยแม่เมาะ กล่าวว่าชาวบ้านก็มีความหวังไว้สูงมาก เพราะว่างานนี้ใช้ชีวิตและสุขภาพในการเดิมพัน 13 ปีแล้วในการต่อสู้กับกระบวนการยุติธรรม แต่ส่วนหนึ่งเราก็บอกให้ชาวบ้านทำใจไว้ว่า อาจจะไม่ได้อย่างที่เราหวัง  ถึงคำพิพากษาวันนี้จะเป็นอย่างไร  หรือว่าผลพิพากษาวันที่ 25 จะเป็นอย่างไร พวกเรายังเกาะเกี่ยวยังยึดมั่นกันอยู่ ถ้าวันนี้ชาวบ้านกลุ่มนี้ไม่ได้รับค่าชดเชยเยียวยาแต่ชาวบ้าน  กว่า 131 ราย ที่จะต้องได้รับค่าชดเชยเยียวยา ก็มีความคิดตกลงกันว่าจะช่วยเหลือกันจะประคองกัน โดยการรวบรวมเพื่อช่วยเหลือกันต่อไปคือเราจะไม่ทิ้งกันแน่นอนเพราะเรามาด้วยกันอยู่แล้ว  13 ปีแล้ว

เมื่อศาลปกครองเชียงใหม่ออกนั่งบัลลังก์ อ่านคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดได้ตัดสินคำฟ้องของชาวบ้านที่เรียกร้องถึงความชัดเจนในมาตรการเยียวยาด้านสุขภาพและการเจ็บป่วยกว่า 300 คน ว่าไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะได้รับการเยียวยา จากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยหรือ กฟผ.

“รู้สึกผิดหวังที่ไม่ได้รับการเยียวยาที่เต็มที่  อย่างที่มาวันนี้เราหวังว่า มาหลายสิบปี  แต่เมื่อมาถึงชั้นศาลแล้ว  เคารพตามศาล แต่ในใจมันเจ็บ”  สมเพียร สายคำ กล่าว

กรณีนี้ กลุ่มจับตาพลังงานเห็นว่า แม้ชาวบ้านจะไม่มีใบรับรองแพทย์มายืนยันแต่ก็เจ็บป่วยและได้รับมลพิษจากโรงไฟฟ้าจริง ดังนั้น กฟผ.น่าจะเยียวยาผลกระทบที่เกิดขึ้นและจำเป็นจะต้องมีการทบทวนนโยบายส่งเสริมการใช้ถ่านหินของประเทศว่าจำเป็นหรือไม่ หรือมีทางเลือกอื่น

สันติ โชคชัยขำนาญกิจ กลุ่มจับตาพลังงานกล่าวว่า อยากแสดงความเสียใจกับชาวบ้านที่ฟ้อง ชาวบ้านป่วยจริง และยังคงได้รับผลกระทบอยู่ดี เพราะกำลังเริ่มก่อสร้างโรงไฟฟ้าโรงใหม่ ถ่านหินที่ใช้ก็เป็นถ่านหินลิกไนต์ที่แม่เมาะ ซึ่งเป็นถ่านหินคุณภาพต่ำ  ถ้ากฟผ.ไม่มีมาตรการที่ใช้เทคโนโลยีที่ดีกว่านี้ ชาวบ้านคงเจ็บป่วยต่อไปแน่นอน

คดีนี้ ศาลตัดสินว่าชาวบ้านไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะได้รับการเยียวยา  แต่ศาลได้ให้ กฟฝ. พื้นฟูพื้นที่ขุมเหมืองเดิมที่วันนี้กลายสภาพเป็นสนามกอล์ฟ ด้วยการให้ปลูกป่าสมบูรณ์ หรือป่าแบบ Wetland เพื่อให้ต้นไม้ดูดซึมสารพิษ  และต้องรื้อถอนปลูกต้นไม้ใหม่ทุกๆ 4 เดือน และยังให้ชาวบ้านที่อยู่ในรัศมี 5 กิโลเมตรของเฟส 5 ย้ายออกจากพื้นที่ ภายใน 90 วัน

อย่างไรก็ตาม นอกจากคดีที่มีการอ่านคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดแล้ว ศาลปกครองเชียงใหม่ ยังกำหนดนัดอ่านคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด กรณีผู้ป่วย 131 ราย ซึ่งมีเอกสารยืนยันทางการแพทย์ที่ยื่นฟ้อง กฟผ.เพื่อเรียกร้องค่าชดเชน ในวันที่ 25 ก.พ. 2558 นี้ ซึ่งหากศาลปกครองสูงสุด พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น กฟผ.จะต้องจ่ายค่าชดเชยให้แก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบ จำนวน 131 ราย รวมเป็นเงิน 1,086 ล้านบาท

ผลกระทบจากโรงไฟฟ้าจากถ่านหินที่แม่เมาะ จ.ลำปาง เกิดขึ้นครั้งใหญ่ ในปี พ.ศ. 2535 และ พ.ศ.2541 ที่มีการปล่อยก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ออกมาจากโรงไฟฟ้าแม่เมาะสูงถึง 3,418 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง ในขณะที่ค่าที่ได้รับการควบคุมอยู่ที่ 780 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง เท่านั้น ส่งผลให้ชาวบ้านนับพันคนต้องล้มป่วยลงพร้อมกัน และทำให้พืชผลของชาวบ้านได้รับความเสียหายอย่างรุนแรง

author

ปฏิทินกิจกรรม EVENT CALENDAR

เข้าสู่ระบบ