มอ.ปัตตานี จับมือ ไทยพีบีเอส ตั้งศูนย์อบรมสื่อสาธารณะชุมชนชายแดนใต้

มอ.ปัตตานี จับมือ ไทยพีบีเอส ตั้งศูนย์อบรมสื่อสาธารณะชุมชนชายแดนใต้

มอ.ปัตตานี จับมือ ไทยพีบีเอส ตั้งศูนย์อบรมสื่อสาธารณะชุมชนชายแดนใต้

เรื่อง : ทีมข่าวพลเมือง / ภาพ : คณะวิทยาการสื่อสาร มอ.ปัตตานี 

มอ.ปัตตานี และไทยพีบีเอส ร่วมลงนามความร่วมมือ เดินหน้าตั้งศูนย์อบรมสื่อสาธารณะชุมชน ในพื้นที่ชายแดนใต้ หวังสร้างประชาธิปไตยในการสื่อสาร เปิดพื้นที่ให้คนลุกขึ้นมาสร้างสังคมผ่านการสื่อสารอย่างเป็นรูปธรรม

เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม ศกนี้ เวลา 09.00 น. ผู้แทนจากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี (มอ.ปัตตานี) และผู้แทนจากองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ไทยพีบีเอส) ได้ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (เอ็มโอยู) จัดตั้งศูนย์การฝึกอบรมสื่อสารธารณะชุมชนขึ้น ณ ห้องประชุมชูเกียรติ ปิติเจริญกิจ คณะวิทยาการสื่อสาร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี โดยมี ผศ.สมปอง ทองผ่อง รองอธิการบดีมหาวิทยาลัย, ผศ.ดร.วลักษณ์กมล จ่างกมล คณบดีคณะวิทยาการสื่อสาร, นายสมเกียรติ จันทรสีมา ผู้อำนวยการสำนักเครือข่ายสื่อพลเมือง ไทยพีบีเอส เป็นผู้ร่วมลงนามในบันทึกความร่วมมือ ท่ามกลางเครือข่ายภาคประชาสังคมในพื้นที่และนักศึกษาที่เข้าร่วมเป็นพยานในพิธี

การลงนามบันทึกข้อตกลงในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนความรู้ทางด้านการสื่อสารและแลกเปลี่ยนข้อมูลทางวิชาการ รวมทั้งพัฒนาบุคลากรด้าน Multi-Media ตลอดจนส่งเสริมการมีส่วนร่วมระหว่างไทยพีบีเอส นักศึกษา บุคลากร และประชาชนในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้ โดยมีศูนย์ฝึกอบรมสื่อสาธารณะระดับชุมชนเป็นเครื่องมือสำคัญ

ผศ.สมปอง ทองผ่อง รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี กล่าวว่า บันทึกข้อตกลงนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งที่จะทำให้สาระสำคัญบรรลุผล นั่นคือ การทำให้องค์ความรู้เข้าสู่มหาวิทยาลัย ในขณะเดียวกับที่องค์ความรู้ในเรื่องวิจัยต่างๆ จากมหาวิทยาลัยจะได้เผยแพร่ไปยังชุมชนหรือภาคเอกชน

ผศ.สมปอง กล่าวต่อไปว่า นี่เป็นโอกาสที่ดีอย่างยิ่งของทุกฝ่าย แม้ว่าจริงๆ การทำงานร่วมกันระหว่างไทยพีบีเอส มอ.ปัตตานี และสื่อพลเมืองในพื้นที่จะเกิดขึ้นมาหลายปีแล้ว บันทึกข้อตกลงในครั้งนี้จะทำให้การทำงานต่อไปในอนาคตมีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น

“อยากให้นักศึกษาของเราได้มีส่วนร่วมมากที่สุด ถึงแม้เราจะอยู่ไกลปืนเที่ยง แต่เราก็พยายามดิ้นรนหาความรู้ และประสบความสำเร็จ” ผศ.สมปอง กล่าว

ผศ.ดร.วลักษณ์กมล จ่างกมล คณบดีคณะวิทยาการสื่อสาร กล่าวว่า ทุกวันนี้การสื่อสารกระจายอย่างกว้างขวางและไปสู่กลุ่มที่หลากหลายมากขึ้น เทคโนโลยีที่มีขนาดเล็กและประหยัดลงทำให้การสื่อสารเป็นความหวังของผู้คน ดังนั้นการสื่อสารไม่ควรกำจัดอยู่แค่นักวิชาการและสื่อสารมวลชนเพียงอย่างเดียว แต่ควรที่จะก้าวไปสู่ประชาชนที่เป็นภาคพลเมืองด้วย

“เราคิดว่าความมุ่งหวังหรือความฝันของชุมชนกำลังจะเป็นจริง ปัจจุบันเราอยู่ในสภาพการผูกขาดจากส่วนกลางของประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นด้านการเมืองเศรษฐกิจ การเมือง แต่องค์กรการสื่อสารต่างเชื่อว่ามันมีโอกาสในการสื่อสารของภาคสาธารณะหรือภาคประชาชน โดยเฉพาะในส่วนภูมิภาค ถ้าเขามีโอกาสได้สื่อสารด้วยตนเองมากขึ้นก็จะทำให้สภาวะการผูกขาดอ่อนกำลังลง” ผศ.ดร.วลักษณ์กมล กล่าว

ผศ.ดร.วลักษณ์กมล กล่าวต่อไปว่า พันธกิจของคณะวิทยาการสื่อสารไม่เพียงที่จะมุ่งไปสู่การเป็นสถาบัน การศึกษาในระบบเพื่อฝึกอบรมหรือให้ความรู้แก่นักศึกษาเท่านั้น แต่ยังมุ่งหวังจะเป็นสถาบันการศึกษานอกระบบกับภาคประชาสังคมและภาคพลเมืองในสามจังหวัดชายแดนใต้ การลงนามบันทึกข้อตกลงในครั้งนี้เป็นจุดเริ่มอย่างเป็นทางการเพื่อให้งานอย่างเป็นรูปธรรมเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

นายสมเกียรติ จันทรสีมา ผู้อำนวยการสำนักเครือข่ายสื่อพลเมือง องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ความร่วมมือที่เกิดขึ้นถือเป็นบทบาทสำคัญของมหาวิทยาลัยและองค์กรสื่อสาธารณะอย่างไทยพีบีเอส ในการเสริมสร้างการมีส่วนร่วมให้เกิดขึ้นอย่างกว้างขวาง เป็นอีกก้าวของความร่วมมือที่จะนำไปสู่การร่วมสร้างประชาธิปไตยทางการสื่อสารอัน โดยเฉพาะในท่ามกลางวิกฤตในหลายๆ ส่วนที่สังคมไทยกำลังเผชิญอยู่และภาคประชาชนพยายามสื่อสาร พยายามสร้างพื้นที่การพูดคุยอย่างมีสันติภาพในทุกระดับ

“เราเห็นภาพคล้ายๆ กันว่า  อนาคตของพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้และสังคมใหญ่ ทั้งหมดไม่ได้เกิดขึ้นด้วยใครคนใดคนหนึ่งกำหนด แต่มันเป็นกระบวนการที่ทุกฝ่ายเข้ามามีส่วนร่วมอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งสิ่งแรกที่จะต้องทำคือ ทำให้ทุกคนสามารถเขาถึงพื้นที่การสื่อสารและสามารถร่วมสร้างสังคมผ่านการสื่อสาร และในอีกสองปีข้างหน้า พื้นที่การสื่อสารจะถูกเปิดอย่างกว้างขวาง แต่ปัญหาใหญ่คือ จะเอาอะไร จะเอาเนื้อหาอะไรมาเติมเต็ม หากไม่ใช่บทบาทของภาคประชาชนจะต้องลุกขึ้นมาร่วมสร้างสังคมผ่านการสื่อสารด้วยเองด้วย เพราะฉะนั้นจุดเริ่มต้นตรงนี้หน้าจะทำให้เรามีส่วนในการพัฒนาศักยภาพตั้งแต่นักศึกษา เยาวชน ภาคสังคม เป็นหน่วยที่คอยหนุนเสริม ถือว่าเป็นเงื่อนไขที่ดีในการทำงานร่วมกันและหวังว่าในพื้นที่และทางไทยพีบีเอสเองคงได้ทำงานอย่างเข้มแข็งและนำไปสู่เป้าหมายในการสร้างสังคมที่ดี” นายสมเกียรติ กล่าว.

 

author

ปฏิทินกิจกรรม EVENT CALENDAR

เข้าสู่ระบบ