อนาคตป่า สิ่งแวดล้อม แม่ฮ่องสอน และ”30ปีสานใจคนรักษ์ป่า”

อนาคตป่า สิ่งแวดล้อม แม่ฮ่องสอน และ”30ปีสานใจคนรักษ์ป่า”

“ต้นหญ้าหนึ่งต้น

ต้นไม้หนึ่งต้น

เหมือนคนหนึ่งคน

คุณค่าเพียงพอดูแลจิตใจทุกดวง”

บทเพลงเพลงหนึ่งที่ไม่ใช่เพลงที่ร้องขึ้นมาแล้วคนในสังคมส่วนใหญ่จะจดจำได้ –“สานใจคนรักป่า” เป็นบทเพลงที่ร้องกันในกลุ่มเฉพาะ โดยเฉพาะเด็กค่ายอนุรักษ์ คนทำงานสิ่งแวดล้อม เอ็นจีโอหนุ่มสาวของยุคนั้น หรือคนฟังเพลงอินดี้แต่กลุ่มเฉพาะเหล่านี้เองที่ทำให้เราแปลกใจและเพิ่งตระหนักว่า การยืนหยัดต่อจุดยืน การดำรงอยู่อย่างไม่ง่อนแง่นต่ออุดมคติของตนเองนั้น มันมีคุณค่าเพียงไร

งาน “30 ปีสานใจคนรักษ์ป่า” จัดที่อุทยานแห่งชาติแม่น้ำเงา

ช่วงกลางวันเป็นวงเสวนาประเด็นปัญหาป่าไม้ที่ดินทำกินของแม่ฮ่องสอน โดยยังคงเป็นปัญหาอมตะต่อกรณีเขตพื้นที่อนุรักษ์กับที่อยู่อาศัยที่ทำกินทับซ้อนกัน รัฐบาลทุกชุดไม่เคยแก้ไขได้สำเร็จแต่ที่เปลี่ยนไป ซึ่งเห็นได้ชัดมากๆ คือ ปีนี้มีส.ส.จาก 3 พรรคมาร่วมแลกเปลี่ยนประเด็นนี้กับประชาชนในพื้นที่และคนทำงานพื้นที่ทั้งภาครัฐและเอกชน คือ ส.ส.จากพรรคก้าวไกล คุณเล่าฟั่ง บัณฑิตเลิศสกุล ส.ส.จากพรรประชาธิปัตย์ สมบัติ ยะสินธ์ุ และเกียรติศักดิ์ วนากมล ที่ปรึกษาของส.ส.ปกรณ์ จีนาคำ จากพรรคพลังประชารัฐทั้ง 3 ส.ส. มีความเห็นตรงกันในเรื่องสิทธิทำกินของพี่น้องบนดอยและตั้งใจจะร่วมผลักดันการแก้ไขกฎหมาย ดังนั้น วงเสวนาครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงวงเสวนาที่ให้เพียงแง่คิด แต่ยังคาดหวังไปถึงการขับเคลื่อนความเปลี่ยนแปลงให้คนแม่ฮ่องสอนได้อยู่ดีกินดีด้วย (ในขณะที่ช่วงเช้าเครือข่ายลุ่มน้ำยวมและผู้นำท้องถิ่นแม่สวดได้ประกาศเจตนารมณ์จะขับเคลื่อนตำบลแม่สวดให้เป็นตำบลรักษ์ป่า)

ภาคกลางคืน ซึ่งมีงานดนตรี บรรยากาศผ่อนคลาย แต่เป็นบรรยากาศที่ทุกคนที่ได้นั่งฟัง เหมือนได้ทบทวนรอยเท้าที่เคยเดินย่ำมา “30 ปี” ไม่ใช่เวลาน้อยๆ แต่บางทีเราก็ไม่ทันได้ตั้งตัวจริงๆ ว่าเผลอแป๊บเดียวเองเหรอนี่ป.แสน หรือ ธวัชชัย ใจแสน ปลัด อบต.แม่สวด ซึ่งเป็นหลักกำลังสำคัญของงานนี้ ได้เล่าถึงความทรงจำเมื่อครั้งฟังเพลงของพี่นนท์ สุวิชานนท์ รัตนภิมล เจ้าของบทเพลงสานใจคนรักษ์ป่า ส่งผลอิทธิพลต่อคนหนุ่มสาวนักอนุรักษ์อย่างไรในวันนั้น และความเอื้อเฟื้อของพี่นนท์ ที่เมื่อไรชมรมอนุรักษ์รามจัดงาน เชิญพี่นนท์มาเล่น พี่นนท์ก็จะมาทุกครั้งความเอื้อเฟื้อเกื้อกูลและความผูกพันต่อบทเพลงของพี่นนท์ทำให้งาน “30 ปีสานใจคนรักษ์ป่า” มีมิติของความเป็นงาน “30 ปี สุวิชานนท์” ไปด้วย

ซึ่งช่วง”30 ปี สุวิชานนท์” นี้เองที่นับเป็นไฮไลท์ของงาน น้องๆ หลายคนได้ออกมาพูดถึงพี่นนท์ ไม่ว่าศักดา สีงาม จากสุรินทร์ ภู เชียงดาว (โถ่เรบอ มาร่วมงานแต่ไม่ได้อ่านบทกวีเพราะต้องรีบมาอีกงานที่เชียงใหม่) และเมื่อเปิดคลิปของชิ สุวิชาน ซึ่งอัดส่งมาจากเยอรมัน คำพูดและบทเพลงของสุวิชานก็ทำเอาหลายคนน้ำตาคลอรื้นชิใช้หัวใจทั้งใจร้องเพลงนี้ออกมา “เธอเคยอยู่ใต้แสงจันทร์ คืนวันร้องอื่อทาในหุบเขา เสียงเธอใสกล่อมใจฉันวัยเยาว์เผ่าพันธุ์ของฉัน คนปวาเกอะญอ”เราเองฟังแล้วต้องแอบเช็ดน้ำตา “ผมขอให้30ปีที่ผ่านมานี้เป็นปฐมบทนะครับพี่นนท์ ถือเป็นบทแรกของเรากำลังจะเริ่มต้น”มันเป็นคำพูดที่ทรงพลังที่สุด จริงๆ สำหรับคืนนั้น

ตลอดเวลาไม่ว่าการบทกวีที่ลึกซึ้งกินใจของภู เชียงดาว คำพูดอันใสซื่อ ของชัย พงษ์พิพัฒน์ มีเบญจมาศ หรืออุดมการณ์อันแน่วแน่หนักแน่นของ ป.แสน ธวัชชัย ใจแสน ที่ทุกคำพูด แววตา ยังคงมีประกายแห่งความหวังเสมอปีหน้ายังจะเป็นช่วงเวลาครบรอบ “50ปีอนุรักษ์ รามฯ” เราเองก็เคยเป็นเด็กที่ผ่านค่ายเยาวชนที่มีพี่ๆ อนุรักษ์รามเป็นพี่เลี้ยงค่าย — การได้กลับมาอยู่ในบรรยากาศแวดวงคนทำงานด้านอนุรักษ์อีกครั้งทำให้อารมณ์ความรู้สึกแต่เยาว์วัยคืนกลับมาอีกครั้งเช่นกัน

เหลียวมองผองมิตรสหายทุกคนที่อยู่ในงานวันนั้น ทุกคนมีรอยยิ้ม สีหน้า ดวงตามีความหนักแน่นต่อเส้นทาง มองพี่นนท์ที่เล่นดนตรี งานในคืนนั้น พี่นนท์เล่นดีมากๆๆๆ มากที่สุดโลก มีพลัง แจ่มใสที่สุด พี่นนท์คืนนั้นเหมือนพี่นนท์ช่วงทศวรรษ 2530-2540 และเครื่องเสียงจากวิทยาลัยชุมชนแม่ฮ่องสอน เสียงดีมากๆ เสียงดีมากแบบมืออาชีพมาฟังแล้วให้ผ่านได้สบายๆ ไม่เยอะ เสียงคลีน สะอาดกริ๊บ”สานใจคนรักป่า” บทเพลงเล็กๆ เพลงหนึ่งในยุคที่หนุ่มสาวผู้ยากไร้ในมหาวิทยาลัยจนๆ เก็บตังค์ทีละบาทสองบาทซื้อคาสเส็ตเทปตลับ 60-90 บาท มาฟังกับเพื่อนๆ ในชมรม —


แต่ในบรรยากาศ 30 ปีที่แล้วของวันนั้นเอง ที่ได้กล่อมเกลาคนหนุ่มสาวให้เติบโต และกลายเป็นหน่วยสำคัญของสังคมไทยในวันนี้แน่นอนว่า ก่อนมีพี่นนท์ เรามีพะเลอโดะ วีระศักดิ์ ยอดระบำ เรามีพ้อเลป่า เรามีลีซะ ชูชื่นจิตสกุล มีพะตีทองดี (และพี่ทองดีก็มาเล่นต่อจากพี่นนท์ด้วย) ซึ่งพี่นนท์ไม่ลืมที่เอ่ยนามทุกท่านดังกล่าว




1กันยายน เป็นวันที่นักอนุรักษ์อย่าง สืบ นาคะเสถียร ได้ยิงตัวเองตาย ด้วยความเหนื่อยล้าจากการต่อสู้เพื่อจะพิทักษ์สัตวป่าและป่าไม้เมืองไทย — นักอนุรักษ์ไม่เคยลืมในคุณความดีที่ท่านทำและยังคงจัดงานรำลึกถึงทุกปีเพื่อกระตุ้น ย้ำเตือนให้คนไทยได้เห็นถึงความสำคัญของธรรมชาติและปัญหาสิ่งแวดล้อมและปีนี้ 1-3 กันยายน เราได้กลับมาต่อเติมเพิ่มพลังใจให้แก่กันในแม่น้ำเงา “เธอเคยอยู่ใต้แสงจันทร์คืนวันร้องอื่อทาในหุบเขา…”ขอให้ 30 ปีที่ผ่านมาเป็นรากฐานชีวิตของพวกเรา เป็นปฐมบทของชีวิต และพวกเรากำลังเริ่มต้น.



author

ปฏิทินกิจกรรม EVENT CALENDAR

เข้าสู่ระบบ