เจรจาปิดเหมืองหินดงมะไฟล่ม ชาวบ้านเดินหน้าปิดทางเข้าเหมืองด้วยตนเอง

เจรจาปิดเหมืองหินดงมะไฟล่ม ชาวบ้านเดินหน้าปิดทางเข้าเหมืองด้วยตนเอง

นักปกป้องสิทธิฯ กลุ่มอนุรักษ์ป่าชุมชนเขาเหล่าใหญ่-ผาจันไดหนองบัวลำภู บุกศาลากลางทวงถาม “ปิดเหมืองหินดงมะไฟ” แต่ไร้คำตอบ เดินหน้าปิดทางเข้าเหมืองหินด้วยตนเอง ลั่นพร้อมสู้จนกว่าจะได้รับชัยชนะ ประกาศ 3 เจตนารมณ์ปกป้องชุมชน พร้อมเปิดข้อมูลตอกย้ำเหตุผลปิดเหมือง

ที่มา: The Story of แม่หญิงไฟ้ท์

ที่ศาลากลางจังหวัดหนองบัวลำภูวันนี้ (13 ส.ค. 63) นักปกป้องสิทธิมนุษยชน กลุ่มอนุรักษ์ป่าชุมชนเขาเหล่าใหญ่-ผาจันได ต.ดงมะไฟ อ.สุวรรณคูหา ที่ได้รับผลกระทบจากเหมืองหินดงมะไฟ จำนวนกว่า 100 คนได้เดินทางเข้าเจรจากับผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการอนุญาตการประทานบัตรเพื่อการทำเหมืองแร่ อาทิ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, อธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่, ตัวแทนรัฐบาลที่มีอำนาจหน้าที่ตัดสินใจ,คณะกรรมการนโยบายบริหารจัดการแร่แห่งชาติ, ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู, ผู้อำนวยการสำนักงานอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ เขต 2 จ.อุดรธานี และอุตสาหกรรมจังหวัดหนองบัวลำภู เพื่อเรียกร้องให้มีคำสั่งปิดเหมืองถาวรและให้ฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากการทำเหมืองและพัฒนาพื้นที่เหล่านั้นเป็นสถานที่ท่องเที่ยวต่อไป โดยมีนายเวียงชัย แก้วพินิจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู เป็นตัวแทนผู้ว่าราชการจังหวัดเข้าร่วมเจรจา

ย้ำข้อมูลพื้นที่อนุญาตทำเหมืองตั้งบนแหล่งน้ำซับซึมต้นสายแม่น้ำโขง และอยู่ในเขตโบราณสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์

นายสมควร เรียงโหน่ง นักปกป้องสิทธิฯ กลุ่มอนุรักษ์ป่าชุมชนเขาเหล่าใหญ่-ผาจันได เปิดประเด็นการเจรจาว่า ที่ เดินทางมาในวันนี้ก็เพื่อมาทวงถามถึงคำตอบที่ผู้ว่าฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเรื่องการออกคำสั่งให้มีการปิดเหมืองดงมะไฟถาวร และให้มีการฟื้นฟูพื้นที่ที่ถูกทำลายไปจากการทำเหมือง เพราะตลอดการต่อสู้ 26 ปีที่ผ่านมาต้องผ่านความเจ็บปวดและการสูญเสียกันมามากมาย

วันนี้ความสูญเสียและความเจ็บปวดของชาวบ้านจะต้องได้รับการเยียวยาด้วยคำสั่งปิดเหมือง

นายสมควร กล่าวว่า ที่ผ่านมาการทำเหมืองแร่ตามประทานบัตรกินเนื้อที่กว่า 175 ไร่ และยังมีพื้นที่โรงโม่หินอีก 50 ไร่ ที่ตั้งอยู่บนภูผาฮวกซึ่งเป็นพื้นที่ทับซ้อนกับแหล่งป่าน้ำซับซึมที่อยู่ในถ้ำต่าง ๆ ในภูผาฮวก โดยน้ำจากแหล่งน้ำซับต่าง ๆ  เป็นต้นกำเนิดของลำห้วยที่จะไหลลงสู่แม่น้ำโขง นอกจากนี้แล้วถ้ำบนภูเขาหินปูนเป็นพื้นที่ที่มีความสำคัญทางโบราณคดีและเป็นแหล่งประวัติศาสตร์บ่งบอกถึงความเป็นมาของชาวสุวรรณคูหาและชาวหนองบัวลำภู

ในถ้ำผายาได้มีการค้นพบภาพเขียนสีสมัยก่อนประวัติศาสตร์ปรากฏตามผนังถ้ำ นอกจากนี้ยังค้นพบโบราณวัตถุในยุคสมัยก่อนประวัติศาสตร์อีกมากมาย ในพื้นที่ถ้ำศรีธน ถ้ำน้ำลอด และถ้ำบาดาล ซึ่งเป็นพื้นที่ติดกับขอบเขตประทานบัตรทำเหมืองแร่หินปูนที่มีหมุดเขตประทานบัตรทำเหมืองอยู่บนถ้ำ ได้มีการค้นพบภาชนะดินเผาที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ ซึ่งขณะนี้กลุ่มถ้ำเหล่านี้กำลังถูกดำเนินการขึ้นทะเบียนตาม พ.ร.บ.โบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พ.ศ. 2504

“แรงระเบิดและการสั่นสะเทือนจากการทำเหมืองแร่หินปูนและโรงโม่หินได้ส่งผลกระทบให้แหล่งโบราณคดีถ้ำศรีธน แหล่งภาพเขียนสีภูผายา และแหล่งโบราณคดีถ้ำผาโขง เกิดรอยแยกและผังถ้ำถล่มลงมา ซึ่งได้รับความเสียหายอย่างหนัก” นายสมควรระบุ

ทวงถามความยุติธรรม 4 นักปกป้องสิทธิฯต่อสู้คัดค้านเหมืองถูกสังหารแต่ยังจับกุมคนร้ายไม่ได้

นายสมควร กล่าวเพิ่มเติมว่านอกจากประเด็นเรื่องผลกระทบทางด้านโบราณสถานและโบราณวัตถุ ยังมีนักปกป้องสิทธิมนุษยชนอีก 4 ชีวิตที่ลุกขึ้นมาต่อสู้คัดค้านการทำเหมืองแร่หินปูนและโรงโม่หิน ซึ่งประกอบด้วย นายบุญรอด ด้วงโคตะ, นายสนั่น สุวรรณ, กำนันทองม้วน คำแจ่ม และนายสม หอมพรมมา ถูกลอบยิงเสียชีวิตและไม่สามารถจับคนร้ายมาดำเนินคดีได้มาจนถึงปัจจุบันนี้  ผู้กระทำผิดยังลอยนวลพ้นผิด

นอกจากนั้นยังมีชาวบ้านที่ลุกขึ้นมาคัดค้านเหมืองหินจำนวน 12 คนถูกจับกุมดำเนินคดี ซึ่งเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนและสิทธิชุมชนอย่างร้ายแรงจนเกินกว่าที่พวกเราจะรับได้ ด้วยเหตุผลเหล่านี้อย่างน้อยที่สุดผู้ว่าราชการจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเร่งให้มีการยกเลิกประทานบัตรการทำเหมืองโดยทันที

นางสาว ปรานม สมวงศ์ องค์กรโพรเทคชั่นอินเตอร์เนชั่นแนลระบุว่า ในกรณีนี้อยากให้หน่วยงานรัฐ เช่น ผู้ว่าฯ กรมคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ฯลฯ และสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ทำตามข้อเสนอของคณะกรรมการขจัดการเลือกปฏิบัติต่อสตรีปี 2560 ว่าให้เลือกใช้มาตรการต่าง ๆ ที่มีประสิทธิภาพและให้นำไปปฏิบัติโดยไม่ชักช้า ในการคุ้มครองผู้หญิงนักปกป้องสิทธิฯ เพื่อให้พวกเธอสามารถทำงานด้านสิทธิฯ ได้อย่างเสรี ปราศจากความหวาดกลัวหรือถูกคุกคามด้วยการฟ้องร้องคดี การคุกคาม ความรุนแรงหรือการ ข่มขู่  โดยการปรึกษาหารือกับผู้หญิงนักป้องสิทธิฯ

และเพื่อให้มีการปกป้องภาคประชาสังคมและนักปกป้องสิทธิมนุษยชนทั้งหญิงและชาย เราเรียกร้องให้รัฐบาลไทยและภาคธุรกิจ ปฏิบัติตามหน้าที่และความรับผิดชอบที่ระบุไว้ตามหลักการชี้แนะว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติ เพื่อรักษาพื้นที่ให้ภาคประชาสังคมและปกป้องนักปกป้องสิทธิมนุษยชนทุกคนได้สามารถทำหน้าที่โดยชอบธรรมของตนได้

แฉประกาศ ก.อุตสาหกรรมเรื่องแหล่งหินเพื่ออุตสาหกรรม ประกาศทับซ้อนกับป่าชุมชนเขาเหล่าใหญ่-ผาจันได

ขณะที่นางสาวจุฑามาส ศรีหัตถผดุงกิจ ตัวแทนเครือข่ายประชาชนผู้เป็นเจ้าของแร่ กล่าวเพิ่มเติมว่า ทางเครือข่ายว่าประกาศกระทรวงอุตสาหกรรมเรื่องแหล่งหินเพื่ออุตสาหกรรมในอำเภอสุวรรณคูหา ซึ่งที่ตั้งบนภูเขาผาจันได และพื้นที่อื่น ๆ ใน ต.ดงมะไฟกว่า 500 ไร่ เป็นประกาศที่ทับซ้อนกับป่าชุมชนเขาเหล่าใหญ่-ผาจันได ซึ่งเป็นพื้นที่ป่าไม้ที่มีความอุดมสมบูรณ์และมีความหลากหลายทางชีวภาพ ซึ่งเป็นแหล่งอาหารที่สำคัญของคนในชุมชนและยังเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่านานาชนิดที่ชาวบ้านในพื้นที่ได้ร่วมกันอนุรักษ์มาตั้งแต่ปี พ.ศ.2536

เปิดข้อมูล 4 หน่วยงานรัฐ ปฎิบัติหน้าที่ เอื้อต่ออายุสัมปทานโดยมิชอบ

นางสาววิลัย  อนุเวช ผู้หญิงนักปกป้องสิทธิมนุษยชนกลุ่มอนุรักษ์ป่าชุมชนเขาเหล่าใหญ่-ผาจันได กล่าวว่า ยังมีประเด็นที่ชาวบ้านเชื่อว่ามีการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบด้วยกฎหมายอย่างร้ายแรงของหน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการอนุมัติ อนุญาต ในการทำเหมืองแร่หินปูนและโรงโม่หิน ไม่ว่าจะเป็นสภาองค์การบริหารส่วนตำบลดงมะไฟที่ได้มีการจัดประชุมเพื่อมีมติเห็นชอบต่ออายุใบอนุญาตเข้าทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยในเขตป่าสงวนแห่งชาติของบริษัทเอกชนไปอีก 10 ปี เป็นการกระทำที่ขัดต่อ พ.ร.บ. สภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ.2537 อย่างร้ายแรง

นอกจากนี้การมีมติเห็นชอบดังกล่าวโดยไม่ได้มีการทำประชาคมหมู่บ้านรับฟังความคิดเห็นของผู้ที่ได้รับผลกระทบในพื้นที่จำนวน 6 หมู่บ้าน ก่อนการมีมติเห็นชอบนั้น ยังเป็นการกระทำที่ขัดระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน พ.ศ. 2548 ซึ่งการดำเนินโครงการใด ๆ ที่มีผลกระทบต่อประชาชนในพื้นนั้น ๆ ต้องจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนเสียก่อน

นางสาววิลัย กล่าวเพิ่มเติมว่า หลังจากการประชุมได้มีการจัดทำข้อมูลรายงานการประชุมที่เป็นข้อมูลเท็จบิดเบือนข้อเท็จจริงว่าเหมืองแร่หินปูนและโรงโม่หินไม่มีผลกระทบใด ๆ ไม่มีเรื่องร้องเรียนและไม่มีความขัดแย้งกับประชาชนในพื้นที่ ซึ่งส่วนทางกับข้อเท็จจริงในพื้นที่อย่างสิ้นเชิง นอกจากนี้เจ้าหน้าที่อุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ เขต 2 จ.อุดรธานี และเจ้าหน้าที่อุตสาหกรรมจังหวัดหนองบัวลำภูยังละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบด้วยกฎหมายในการตรวจชอบการทำเหมืองแร่หินปูนและโรงโม่หินของบริษัทเอกชน

ชาวบ้านกลุ่มอนุรักษ์ฯ ได้ยื่นหนังสือร้องเรียนกรณีพบว่า มีการทำเหมืองแร่หินปูนและโรงโม่หินตลอด 24 ชั่วโมง จนชาวบ้านในพื้นที่ได้รับความเดือนร้อนเสียหายจากเสียงรบกวน แรงสั่นสะเทือน ฝุ่นละออง และเศษหินกระเด็นลงสู่หลังคาบ้านเรือนและไร่นา ซึ่งจากการร้องเรียนของชาวบ้านทราบมาว่าได้มีเจ้าหน้าที่แอบอ้างลงมาตรวจสอบพื้นที่ และมีการจัดทำบันทึกถ้อยคำอันเป็นเท็จ ซึ่งเนื้อหาในบันทึกไม่สอดคล้องกับถ้อยคำที่ชาวบ้านในพื้นที่ให้การ โดยมีการบันทึกแก้ต่างให้บริษัทว่า ไม่มีความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ ซึ่งตรงกันข้ามกับข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นอย่างสิ้นเชิง

“การกระทำดังกล่าวของเจ้าหน้าที่ทั้ง 2 คน ชุมชนมองว่าเป็นการขัดขวางชาวบ้านออกจากกระบวนการตรวจสอบการทำเหมืองแร่หินปูนและโรงโม่หินของบริษัท ธ.ศิลาสิทธิ จำกัด อย่างเห็นได้ชัด และบิดเบือนข้อเท็จจริงในการเอื้อผลประโยชน์ให้บริษัทอย่างชัดเจน ซึ่งถือเป็นการปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบด้วยกฎหมายอย่างร้ายแรงเกินกว่าที่จะยอมรับได้” ผู้หญิงนักปกป้องสิทธิฯ กล่าว

ผู้หญิงนักปกป้องสิทธิฯ ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมอีกว่า ในขณะที่สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จ.หนองบัวลำภู และนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 6 จ.อุดรธานี ก็ได้มีการจัดทำรายงานผลการตรวจสอบสภาพป่าและทำความเห็นผลการตรวจสอบสภาพป่าที่ไม่ตรงกับความเป็นจริง

รายงานได้ระบุว่าพื้นที่นี้มีความเหมาะสมกับเหตุผลและความจำเป็นในการอนุญาตเพื่อการข้ออนุญาตในการเหมืองแร่  อีกทั้งชาวบ้านได้ร้องเรียนคัดค้านการทำเหมืองแร่และโรงโม่หินมาโดยตลอด ด้วยเหตุผลทุกข้อที่กล่าวมานี้ ดังนั้นจึงเรียกร้องให้ ผู้ว่าราชการจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกองค์กรที่อยู่ในห้องเจรจา ต้องมีคำสั่งทันทีให้ยกเลิกประทานยกเลิกประทานบัตรการทำเหมืองแร่ และไม่ให้ต่ออายุประทานบัตรการทำเหมืองแร่ให้กับบริษัทเอกชนที่จะหมดอายุในวันที่ 24 ก.ย.นี้ รวมถึงให้มีการฟื้นฟูพื้นที่ทำกินและที่อยู่อาศัยของบ้านที่ได้รับผลกระทบในทันทีด้วย

การเจรจาไม่เป็นผล ชาวบ้านตัดสินใจเดินหน้าปิดทางเข้าเหมืองด้วยตนเอง

ภายหลังจากรับฟังเหตุผลของตัวแทนชาวบ้าน นายเวียงชัย รองผู้ว่าฯ ซึ่งเป็นประธานในการนำเจรจาในครั้งนี้ ได้พยายามโต้แย้งว่า ไม่สามารถดำเนินการตามข้อเรียกร้องของชาวบ้านได้ จะต้องมีการตรวจสอบข้อมูลที่ชาวบ้านนำเสนอตามขั้นตอนให้ละเอียดเสียก่อน ถึงจะมีคำสั่งใด ๆ ออกไปได้ ซึ่งตัวแทนชาวบ้านได้แย้งกลับว่า หลายข้อเสนอที่กล่าวไปหลายหน่วยงานสามารถมีคำสั่งให้ปิดเหมืองในระหว่างที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงได้ โดยเฉพาะหน่วยงานหลักอย่างอุตสาหกรรมจังหวัดที่สามารถใช้ พ.ร.บ.แร่ พ.ศ. 2560 มาตรา 129  ระบุอำนาจให้หน่วยงานหลักอย่างกระทรวงอุตสาหกรรมสามารถระงับเพื่อตรวจสอบกิจการเหมืองแร่ได้หากมีการร้องเรียน

ด้านตัวแทนของชาวบ้านยังได้ถามย้ำไปยังรองผู้ว่าฯ ว่า ข้อเรียกร้อง 3 ข้อของชาวบ้านคือ ปิดเหมืองแร่หินปูนและโรงโม่หิน ฟื้นฟูภูผาป่าไม้ และพัฒนาดงมะไฟเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศวัฒนธรรมและแหล่งอารยธรรมโบราณคดี รองผู้ว่าราชการจังหวัดจะดำเนินการให้เลยได้หรือไม่ เพราะเป็นหน่วยงานจังหวัดที่มีอำนาจโดยตรงและความฉ้อฉลของการต่ออนุญาตให้ทำเหมืองก็มีออกมาอย่างชัดเจนแล้ว 

นายเวียงชัยได้ตอบกลับชาวบ้านว่า ในเรื่องของประทานบัตรใบเดิมนั้นอยู่ในอำนาจการพิจารณาของศาลตนไม่อาจก้าวล่วงและใช้มาเป็นประเด็นในการพิจาณาตามข้อเรียกร้องของชาวบ้านในครั้งนี้ได้ และคนที่จะมีอำนาจยกเลิกก็คือคนที่เป็นคนออกคำสั่งคือกระทรวงอุตสาหกรรม

ในขณะที่นายอุทัย สอนเทศ อุตสาหกรรมจังหวัดหนองบัวลำภู กล่าวชี้แจงในห้องประชุมว่า ถ้าเสนอให้ปิดเหมืองตนอาจจะไม่ผิด แต่อธิบดีอาจจะมีความผิดเพราะอาจจะโดนบริษัทเอกชนฟ้องได้ ถ้าจะเสนอให้ปิดก็ต้องตรวจสอบข้อมูลให้ชัดเจนอีกครั้งเสียก่อน 

ด้าน ตัวแทนชาวบ้านระบุว่าหากเจ้าหน้าที่รัฐที่ต้องดูแลเรื่องนี้โดยตรงตอบแบบนี้ก็ไม่เห็นทางที่จะเจรจากันไปต่อได้ เพราะไม่เห็นประโยชน์ของการเจราครั้งนี้

ครั้งนี้เราไม่ได้ขนมาเฉพาะปัญหาที่เกิดขึ้นกับชาวบ้านให้เห็นแต่เราได้นำทางออกมาเสนอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องแก้ปัญหาได้โดยตรง แต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ไม่ดำเนินการอะไรเลย เราจึงขอยุติการเจรจาในครั้งนี้ และขอพึ่งตนเองด้วยการไปปิดเหมืองด้วยสองมือสองเท้าของพวกเราเอง

หลังจากนั้นตัวแทนชาวบ้านที่ร่วมเจรจากับหน่วยงานของรัฐได้เดินลงไปสมทบกับชาวบ้านที่รอฟังคำตอบอยู่ด้านหน้าศาลากลางจังหวัด พร้อมทั้งสรุปสถานการณ์ที่เกิดขึ้นให้กับชาวบ้านฟัง ซึ่งชาวบ้านไม่พอใจต่อท่าทีที่ปัดความรับผิดชอบของหน่วยงานรัฐทั้ง ๆ ที่แก้ปัญหาที่ชาวบ้านประสบมา 26 ปี และพร้อมใจกันเดินทางไปปิดทางเข้าเหมือง จนกว่าหน่วยงานรัฐจะดำเนินการแก้ไขปัญหา

ทั้งนี้ก่อนเดินทางกลับไปปิดทางเข้าเหมืองชาวบ้านได้ร่วมกันตะโกนข้อเรียกร้อง 3 ข้อเรียกร้องของเครือข่าย คือ  ปิดเหมืองแร่หินปูนและโรงโม่หิน  ฟื้นฟูภูผาป่าไม้ และพัฒนาดงมะไฟเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศวัฒนธรรมและแหล่งอารยะธรรมโบราณคดี

นอกจากนี้ ชาวบ้านยังได้เตรียมเศษหินจากการระเบิดเหมืองที่กระเด็นลงสู่บ้านและที่นาของชาวบ้านมาเป็นของฝากให้กับรูปผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู แล้วยังนำหินจากโรงโม่ไว้หน้ารูปรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ซึ่งเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบเรื่องโรงโม่หินโดยตรง รวมทั้งหน้ารูปของนายวิษณุ ทับเที่ยงอธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) ซึ่งเป็นผู้เซ็นอนุมัติให้ต่ออายุประทานบัตร รูปพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ที่เป็นประธานคณะกรรมการนโยบายบริหารจัดการแร่แห่งชาติ (คนร.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอีกหลายหน่วยงานอีกด้วย

author

ปฏิทินกิจกรรม EVENT CALENDAR

เข้าสู่ระบบ