“ไม่อนุญาต” เหมืองทองฟ้องเยาวชนนักข่าวพลเมือง สถานพินิจฯ ส่งหนังสือเป็นทางการ

“ไม่อนุญาต” เหมืองทองฟ้องเยาวชนนักข่าวพลเมือง สถานพินิจฯ ส่งหนังสือเป็นทางการ

2 มิ.ย. 2559 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดเลย มีหนังสือลงวันที่ 2 มิ.ย. 2559 ถึงน้องพลอย เยาวชนนักข่าวพลเมือง อายุ 15 ปี หลังจากครอบครัวมีหนังสือขอทราบผลการพิจารณาที่บริษัท ทุ่งคำ จำกัด ขออนุญาตฟ้องน้องน้องพลอยในข้อหาหมิ่นประมาท หรือหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา

หนังสือดังกล่าวระบุว่า สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดเลยมีความเห็นไม่อนุญาตให้ผู้เสียหายฟ้องน้องพลอยต่อศาลเยาวชนและครอบครัว 

20160206222414.jpg

จากกรณีที่ บริษัท ทุ่งคำ จำกัด ผู้ประกอบกิจการเหมืองแร่ทองคำในพื้นที่ ต.เขาหลวง อ.วังสะพุง จ.เลย ทำหนังสือลงวันที่ 27 พ.ย.2558 ขออนุญาตฟ้องเยาวชน ในคดีอาญาฐานหมิ่นประมาทต่อศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง ฐานะที่เป็นเด็กและเยาวชน จากการเผยแพร่ข้อมูลในฐานะนักข่าวพลเมือง (อ่านข่าว: https://thecitizen.plus/node/7336)

ทั้งนี้ ตาม พ.ร.บ.ศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ.2553 มาตรา 99 วางหลักว่า ห้ามมิให้ผู้เสียหายฟ้องคดีอาญาซึ่งมีข้อหาว่าเด็กและเยาวชนกระทำความผิดต่อศาลเยาวชนและครอบครัว เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากผู้อำนวยการสถานพินิจที่เด็กหรือเยาวชนนั้นอยู่ในเขตอำนาจ

ด้านน้องพลอย เยาวชนนักข่าวพลเมือง อายุ 15 ปี กล่าวว่า ทราบเรื่องแล้วจากแม่ จากการที่ทนายความโทรแจ้ง ซึ่งแม่ก็คงดีใจ แต่ตัวเองไม่ได้ดีใจมาก คิดไว้ว่าจะไม่ถูกฟ้อง เพราะไม่ได้ทำผิดอะไร เพียงแค่แสดงความคิดเห็น อีกอย่างสิ่งที่พูดไปเป็นความจริง ทั้งน้ำ ทั้งธรรมชาติที่หายไปโดยไม่รู้ตัว

“ถ้าฟ้องก็ต้องยอมรับความจริง แต่ในใจแล้วเต็มไปด้วยความบริสุทธิ์และความจริง ความจริงนี้หมายถึง สิ่งที่เราเห็นกันทุกๆ วันว่าเป็นอย่างไร” น้องพลอยกล่าว (คลิกอ่านบทสัมภาษณ์ของน้องพลอยก่อนหน้านี้: https://thecitizen.plus/node/7334)

การฟ้องคดีดังกล่าวสืบเนื่องจากการรายงานข่าวนักข่าวพลเมือง ตอน ค่ายเยาวชนฮักบ้านเจ้าของ ออกอากาศเมื่อวันพุธที่ 1 ก.ย. 2558 ทางสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส ซึ่งรายงานข่าวเกี่ยวกับการออกค่ายเยาวชนฮักบ้านเกิดเจ้าของ ตอน นักสืบลำน้ำฮวยแท้ๆ แน๊ว ระหว่างวันที่ 28-30 ส.ค. 2558 ที่วัดโนนสว่าง ต.เขาหลวง อ.วังสะพุง จ.เลย

บริษัท ทุ่งคำ จำกัด อ้างว่า การรายงานข่าวเป็นไปในลักษะหมิ่นประมาท ใส่ความบริษัทฯ ว่า “ลำน้ำฮวยได้รับผลกระทบจากอุตสาหกรรมเหมืองแร่ทองคำ โดยลำน้ำฮวยมีสารปนเปื้อน ทำให้ใช้ดื่มใช้กินไม่ได้” โดยระบุว่าข้อความดังกล่าวเป็นเท็จ เพราะเหมืองแร่ดังกล่าวได้รับการพิสูจน์แล้วว่าไม่มีสารปนเปื้อนและลำน้ำฮวยไม่ได้ไหลผ่านเหมืองแร่

คดีแจ้งความ สน.มีนบุรี ยังไร้ความคืบหน้า

ทางบริษัทฯ ได้ดำเนินการทางคดีต่อเยาวชนนักข่าวพลเมือง 2 ทางคือฟ้องคดีต่อศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง โดยกระบวนการต้องผ่านการพิจารณาอนุญาตหรือไม่อนุญาตของสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดเลย 

อีกทางหนึ่ง บริษัทฯ ได้ทำการแจ้งความกับเยาวชนนักข่าวพลเมือง ที่สถานีตำรวจนครบาลมีนบุรี (สน.มีนบุรี) ในข้อหาเดียวกับที่ยื่นขอฟ้องคดีกับสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดเลย โดยมีหมายเรียกจาก สน.มีนบุรี กำหนดให้ต้องเข้ารายงานตัวที่สน.มีนบุรี ในวันที่ 30 ธ.ค. 2558 แต่ต่อมาได้เลื่อนการสอบปากคำเยาวชนออกไปก่อน เพราะกำลังอยู่ในขั้นตอนของการรวบรวมพยานหลักฐาน และถึงปัจจุบันยังไม่มีความคืบหน้าในการดำเนินการใดๆ เพิ่มเติม 

ทั้งนี้ หมายเรียกดังกล่าวเป็นคดีความอาญา โดย นายฐปนรรฆ์ คามวัลย์ ผู้รับมอบอำนาจจากบริษัท ทุ่งคำ จำกัด กล่าวหาเยาวชนนักข่าวพลเมืองว่าหมิ่นประมาท โดยการโฆษณาด้วยเอกสาร ภาพระบายสี ภาพยนตร์ฯ (อ่านข่าว:https://thecitizen.plus/node/7349)

คดีฟ้องนักข่าวพลเมืองไทยพีบีเอสเดินหน้า นัดไต่สวนมูลฟ้องต่อ 1 ก.ค.

ก่อนหน้านี้บริษัทฯ ดำเนินการฟ้องผู้ที่เกี่ยวข้องเป็นคดีอาญาข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาฯ ต่อศาล เป็นคดีหมายเลขดำที่ อ.3756/2558 และเห็นว่า เยาวชนนักข่าวพลเมืองมีเจตนากระทำความผิดด้วย จึงต้องการฟ้องคดีต่อศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง

สำหรับ คดีหมายเลขดำที่ อ.3756/2558 เป็นคดีฟ้องสื่อมวลชน ซึ่งบริษัท ทุ่งคำ จำกัด โดยนายสมชาย ไกรสุทธิวงศ์ ในฐานะผู้รับมอบอำนาจเป็นโจทก์ ได้ยืนฟ้อง นางสาววิรดา แซ่ลิ่ม และพวกรวม 5 คน ประกอบด้วย องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย นายสมชัย สุวรรณบรรณ นายก่อเขต จันทเลิศลักษณ์ และนายโยธิน สิทธิบดีกุล ตามลำดับ ในข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาด้วยเอกสารและโทรทัศน์ เรียกค่าเสียหาย 50 ล้านบาท

คดีดังกล่าวศาลอาญานัดไต่สวนมูลฟ้อง 21 มี.ค. 2559 เวลา 09.00 น. ต่อมาได้เลื่อนนัดไปเป็นวันที่ 30 พ.ค. 2559 ตั้งแต่เวลา 09.00 น. เนื่องจากยังไม่ได้รับเอกสารการทำเหมืองแร่ที่เกี่ยวกับลำน้ำฮวยซึ่งได้ยื่นขอต่อสำนักงานอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ จ.เลย (อ่านข่าว: https://thecitizen.plus/node/8118)

เมื่อวันที่ 30 พ.ค. 2559 นายสรุพงษ์ ลิมปัชโยพาส รักษาการกรรมการบริหาร บริษัท ทุ่งคำ จำกัด ขึ้นเบิกความในฐานะพยานบุคคลฝั่งโจทก์ แต่การสืบพยานไม่แล้วเสร็จ ศาลนัดอีกในวันที่ 1 ก.ค. 2559 และ 25 ก.ค. 2559

 

คลิปเยาวชนนักข่าวพลเมืองที่ถูกฟ้องคดี

author

ปฏิทินกิจกรรม EVENT CALENDAR

เข้าสู่ระบบ