ร้องศาลปกครอง ระงับเซ็นต์สัญญาบ้านธนารักษ์ประชารัฐเจริญประเทศ ดันเป็นสวนสาธารณะ

ร้องศาลปกครอง ระงับเซ็นต์สัญญาบ้านธนารักษ์ประชารัฐเจริญประเทศ ดันเป็นสวนสาธารณะ

ร้องศาลปกครอง ระงับเซ็นต์สัญญาบ้านธนารักษ์ประชารัฐย่านเจริญประเทศ  ชาวบ้านดั้งเดิมและโรงเรียนดังยันไม่ได้ค้านแนวคิดโครงการแต่ท้วงติดความไม่เหมาะสมของพื้นที่ก่อสร้าง ระบุผังเมืองกำหนดเป็นสีน้ำเงินสำหรับหน่วยราชการ แต่โครงการนี้ให้เอกชนเป็นผู้เช่าพื้นที่สร้างและงอกจำนวนห้องเป็นกว่า 900 ยูนิต ยื่นข้อเสนอทำเป็นสวนสาธารณะแทน

20161108143224.jpg

ความคืบหน้ากรณีชุมชนย่านถนนเจริญประเทศ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ทักท้วงการใช้พื้นที่กรมธนารักษ์ ซึ่งจะใช้พื้นที่ 9 ไร่ ย่านใกล้โรงเรียนเรยีนาเชลีวิทยาลัย ก่อสร้างโครงการธนารักษ์ประชารัฐ โดยประกาศได้ผู้รับเหมา เตรียมแถลงเปิดตัวโครงการทั่วประเทศนั้น

วันนี้ 11 ส.ค. 2559  ช่วงเช้า ผู้แทนชุมชน  เด็กนักเรียน คณะครูผู้ปกครอง ได้เข้ายื่นเรื่องต่อศาลปกครองจ.เชียงใหม่ ระงับการเซ็นสัญญาระหว่างกรมธนารักษ์และผู้ชนะการประกวดราคาไว้ก่อน เนื่องจาก ตามที่กรมธนารักษ์ ออกประกาศผลประกวดโครงการบ้านธนารักษ์ประชารัฐ บนพื้นที่กรมธนารักษ์หมายเลขที่ ชม35, ชม1698 ตำบลช้างคลาน อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2559 ทุกภาคส่วนที่มีความเกี่ยวข้องในพื้นที่นี้ตั้งข้อทักท้วงการประกวดโครงการฯ ดังกล่าว ทั้งที่ก่อนหน้านี้โรงเรียนเรยีนาเชลีวิทยาได้รับหนังสือจากกรมโยธาธิการและผังเมือง ที่ มท 0712/8552 ลงวันที่ 12 พฤศจิกายน 2553 แจ้งยืนยันว่าพื้นที่กรมธนารักษ์ เลขที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่สีน้ำเงิน ใช้ประโยชน์ประเภทสถาบันราชการ การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการเท่านั้น  จึงมีประเด็นข้อทักท้วงดังนี้

1. ตามเอกสารบันทึกข้อความเรื่องข้อหารือของกรมธนารักษ์ถึงกรมโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดเชียงใหม่ ประเด็นการก่อสร้างอาคารชุด บนพื้นที่ราชพัสดุแปลง ชม35 ซึ่งเป็นพื้นที่สีน้ำเงินนั้น โยธาธิการและผังเมืองเชียงใหม่ มีข้อสรุปว่า

1.1ให้ใช้ประโยชน์ที่ดินในกิจการของรัฐ หมายความถึง การใช้ประโยชน์ที่ดินของทางราชการหรือหน่วยงานของรัฐเพื่อกิจการของรัฐโดยตรงหรือเป็นการใช้ประโยชน์ที่ดินในลักษณะที่เป็นองค์ประกอบส่วนหนึ่งของการใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการของรัฐโดยรัฐเป็นผู้ดำเนินการ

            1.2 เป็นการดำเนินการเพื่อเป็นสวัสดิการด้านที่อยู่อาศัยของข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐโดยสถานที่ตั้งโครงการมีส่วนต่อเนื่องหรือใกล้เคียงกับสถานที่ตั้งของหน่วยงานภาครัฐต่างๆและการจัดตั้งที่อยู่อาศัยมีสัดส่วนเหมาะสมกับการรองรับข้าราชการของรัฐนั้น แต่ผู้ชนะการประกวดราคาได้เสนอโครงการมาจำนวนมากถึง 900 ยูนิต ซึ่งไม่สอดคล้องกับสัดส่วนที่เหมาะสมแต่อย่างใด

2.ทุกภาคส่วนที่มีความเกี่ยวข้องกับการใช้พื้นที่บริเวณนี้เกรงว่ากรมธนารักษ์ได้พิจารณารอบคอบถึงกายภาพของชุมชนบนถนนเจริญประเทศก่อนการประกาศประกวดโครงการแล้วหรือไม่ เพราะถนนเจริญประเทศมีโรงเรียนขนาดกลางและใหญ่ อยู่ 4 โรงเรียน คือ โรงเรียนเรยีนาเชลีวิทยา โรงเรียนพระหฤทัยเชียงใหม่ โรงเรียนมงฟอร์ตวิทยา(แผนกประถม) และโรงเรียนสวนเด็กวิทยา และยังมีโรงเรียนบนถนนช้างคลานขนาดกลาง อีก 3 โรงเรียน คือ โรงเรียนวชิรวิทย์เชียงใหม่ช้างคลาน โรงเรียนมาร์มาร่าวิชัยวิทยา และโรงเรียนสันติศึกษา ซึ่งมีนักเรียนจำนวนกว่าหนึ่งหมื่นคน และที่แปลงที่จะสร้างโครงการนี้เป็นที่ดินที่สามารถเข้าออกได้ทางเดียว อีกทั้งบนถนนเจริญประเทศยังมีมัสยิด โบสถ์พระหฤทัย วัชัยมงคลซึ่งเป็นถนนสายวัฒนธรรมของเมืองเชียงใหม่และมีชุมชนขนาดใหญ่อาศัยอยู่

            สภาพถนนเจริญประเทศเป็นถนนสองเลนขนาด 8 เมตร และการเดินรถในช่วงชั่วโมงเร่งด่วนก็ได้มีการปรับเป็นการเดินรถทางเดียว(วันเวย์) เพื่อแก้ปัญหาการจราจรติดขัดมากอยู่แล้วในช่วงเวลาดังกล่าว หากมีที่พักอาศัยขนาดใหญ่เพิ่มขึ้นบนถนนเจริญประเทศย่อมก่อให้เกิดสภาพจราจรที่แน่นหนาหนักยิ่งกว่าปัจจุบัน อันส่งผลกระทบต่อนักเรียน ผู้ปกครอง และชุมชนดั้งเดิมจากปัญหาการจราจร มลพิษทางอากาศ รรวมทั้งสภาพจิตใจที่เสียไปจากสภาพการจราจรติดขัด ความปลอดภัยบนท้องถนนและบริเวณโดยรอบต่อจากนักเรียน

20161108143247.jpg

 

3.ทุกภาคส่วนที่มีความเกี่ยวข้องในพื้นที่บริเวณนี้มิได้มีข้อแม้ต่อการสร้างที่อยู่อาศัยข้าราชการผู้น้อย แต่ใคร่ทักท้วงหลักเกณฑ์การคัดเลือกพื้นที่ของกรมธนารักษ์ว่ามิได้พิจารณาศึกษาถึงผลกระทบทางสังคม และสิ่งแวดล้อมรอบๆพื้นที่ อันควรเป็นปกติวิสัยของหน่วยราชการหรืองอค์กรรัฐที่ต้องให้ความเป็นธรรมแก่ชุมชนรอบข้างเพราะกรมธนารักษ์ไม่ใช่องค์กรธุรกิจเอกชนที่คำนึงถึงผลประโยชน์ทางธุรกิจสูงสุด

4.พื้นที่ดังกล่าวมีต้นไม้ขนาดใหญ่เต็มพื้นที่ซึ่งเป็นปอดขนาดใหญ่แห่งเดียวกลางเมืองของจังหวัดเชียงใหม่ ในการสร้างโครงการนี้จะทำให้ปอดขนาดใหญ่ของจังหวัดเชียงใหม่หายไป ซึ่งพื้นที่นี้กรมธนารักษ์เคยลงนามกับเทศบาลนครเชียงใหม่เพื่อเป็นพื้นที่สีเขียว เพื่อนันทนาการ การจัดทำเป็นสวนสาธารณะอันเป็นประโยชน์ยิ่งต่อสังคม แต่ต่อมากรมธนารักษ์กลับยกเลิกข้อตกลงนี้เสีย คราวนั้นปี พ.ศ.2553 โรงเรียนทั้งหมดบนถนนเจริญประเทศและชมรมจักรยานวันอาทิตย์เชียงใหม่เคยร่วมกันทำหนังสือถึงกระทรวงการคลังให้ทบทวนการยกเลิกข้อตกลง แต่มิได้มีข้อสรุป อันเนื่องมาจากความผันผวนทางการเมืองเรื่อยมา

ดังนั้นทุกภาคส่วนที่มีความเกี่ยวข้องในพื้นที่บริเวณนี้และชาวเชียงใหม่ จึ่งใคร่ขอให้พื้นที่นี้สร้างเป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่เพื่อคงต้นไม้ขนาดใหญ่และคงความเป็นพื้นที่สีเขียวต่อไป และขอให้ระงับการเซ็นสัญญาระหว่างกรมธนารักษ์และผู้ชนะการประกวดราคาไว้ก่อน

20161108143307.jpg

20161108143438.jpg

ผู้ลงนามในหนังสือประกอบด้วย นางสาวศิริลักษณ์ สุวภาพ ผู้แทนผู้รับใบอนุญาตโรงเรียนเรยีนาเชลีวิทยาบาทหลวงสุรสิทธิ์ ชุ่มศรีพรรณ ผู้แทนผู้รับใบอนุญาตโรงเรียนเรียนพระหฤทัย ภราดา ดร.ศักดา สกนธวัฒน์  ผู้แทนผู้รับใบอนุญาตโรงเรียนมงฟอร์ตวิทยา            นางสาววิธัญญา ผลธัญญา ผู้แทนจัดการโรงเรียน สวนเด็กเชียงใหม่อาจารย์ ดร.เขมกร ไชยประสิทธิ์ นายกสมาคมผู้ปกครองและนักเรียนโรงเรียนเรยีนาเชลีวิทยา        นางภาวดี จรัสมนัสกุล นายกสมาคมนักเรียนเก่าโรงเรียนเรยีนาเชลีวิทยา

20161108143322.jpg

มีรายงานว่า วานนี้นายยงยุทธ เรื่องภัทรกุล ธนารักษ์พื้นที่เชียงใหม่ เข้าพบตัวแทนโรงเรียนและชี้แจงว่า ขณะนี้บริษัทที่ประมูลกำลังศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม และความคิดเห็นของประชาชน หากไม่ผ่านก็ไม่สามารถก่อสร้างได้ และตัวแทนโรงเรียนขอให้ชี้แจงรายละเอียดโครงการเพิ่มเติม เนื่องจากเดิมมีการเผยแพร่ว่าแบบการก่อสร้างโครงการในพื้นที่เชียงใหม่มีการปรับเปลี่ยนจากที่เคยปรากฏทั่วไปว่าเป็นอาคารสูง 6 ชั้นจำนวน 600 ยูนิต แต่กลายเป็น 8 ชั้น 900 ยูนิต 

ก่อนหน้านี้ เมื่อกลางเดือนกุมภาพันธ์ 2559 ข่าวจากเครือเนชั่นนำเสนอกการให้สัมภาษณ์ของ นายจักรกฤศฏิ์ พาราพันธกุล อธิบดีกรมธนารักษ์ เปิดเผยว่า ทำเลบ้านประชารัฐของธนารักษ์ 6 แห่งทั่วประเทศ ที่คาดว่าจะสามารถก่อสร้างบ้านคอนโดมิเนียมได้ประมาณ 3.4 พันยูนิต คือที่กรุงเทพ 2 แห่งที่ราชพัสดุบริเวณวัดไผ่ตัน ที่ราชพัสดุบริเวณโรงกษาปณ์ ถนนประดิพัทธ์ ที่จ.เชียงใหม่ กล้กับตัวเมือง จำนวน 9 ไร่ ที่เชียงราย 1 แปลง และที่ชะอำ 2 แปลง และจะดำเนินการทันที แม้ว่าบางพื้นที่จะเป็นพื้นที่สีน้ำเงิน ซึ่งไม่สามารถสร้างตึกสูงได้ แต่ก็จะดำเนินงานตามกรอบที่กฎหมายกำหนดโดยไม่รอการเสนอขอแก้กฎหมาย หรือขอยกเว้น เพื่อให้โครงการสามารถเดินหน้าต่อไปได้ อย่างไรก็ตามหากสามารถขอยกเว้นระเบียบที่มีอยู่ได้ เพื่อให้การใช้พื้นที่มีศักยภาพมากขึ้น ก็จะทำคู่ขนานกันไปได้ แต่หากทำไม่ได้ก็จะทำตามกรอบที่กฎหมายให้มา”  http://breakingnews.nationtv.tv/home/read.php?newsid=778386

20161108143337.jpg

20161108143351.jpg

20161108143406.jpg

20161108143425.jpg

20161108143518.jpg

author

ปฏิทินกิจกรรม EVENT CALENDAR

เข้าสู่ระบบ